ที่ดิน

สรุปสถานการณ์ปัญหาป่าไม้-ที่ดิน และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลใหม่

“ที่ดิน” ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงในชีวิต ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ในประเทศไทย มีการแบ่งประเภทที่ดินตามกฎหมาย มีการถือครองอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ “ที่ดินเอกชน” ซึ่งเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน (ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสิทธิใดก็ตามซึ่งออกให้บุคคลและนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายที่ดิน) และ “ที่ดินของรัฐ” ซึ่งออกระวางแนวเขตตามกฎหมายต่างๆ ของหน่วยงานรัฐ สถานการณ์ปัญหาที่ดินที่ผ่านมา คืออำนาจในการบริการจัดการที่ดินอยู่ในมือของรัฐ โดยเฉพาะรัฐส่วนกลาง ชุมชนไม่สามารถกำหนด หรือบริหารจัดการที่ดินได้ด้วยตนเอง ซึ่งหมายถึงไม่สามารถกำหนดชีวิตของตนเองได้ จึงเกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมในการถือครองที่ดิน ที่ดินกระจุกตัว โดยเฉพาะที่ดินเอกชน ที่ไม่มีมาตรการในทางกฎหมายมาใช้เพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน ส่งผลกระทบอย่างมากในการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงที่ดินเพื่อทำกิน และอยู่อาศัย ท้ายที่สุดก็นำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ความไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย การโยกย้ายอพยพ ความยากจน และความไม่มั่งคงของกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม เป็นต้น

หรือแผ่นดินไทยจะสูญสิ้น : เผยทุนไทย-ต่างชาติฮุบดินในเขต EEC ได้แล้วเกือบ 700 ไร่

เว็บไซต์ EEC เปิดด้วยความภาคภูิใจว่า อานิสงส์ EEC ดูดเม็ดเงินกว่า 5 พันล้านบาท กนอ. ขายที่ดินในนิคมฯ ได้กว่า 700 ไร่ อ้างบทสัมภาษณ์ของ ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า จากการที่รัฐบาลได้เปิดการประมูลในโครงสร้างพื้นฐานหลักใน 5 โครงการได้เป็นตามเป้าหมาย ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1โครงการท่าเรือแหลมฉบับระยะที่ 3 และโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศอู่ตะเภา ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สรุปผลการเจรจา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ หรือ ขปส.) กับตัวแทนรัฐบาล

สรุปผลการเจรจา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ หรือ ขปส.) กับตัวแทนรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของ ขปส. วันที่ 13 ก.พ. 62 (ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล 10-13 ก.พ. 62) 1. กรณีพื้นที่นำร่องธนาคารที่ดิน 5 พื้นที่ เหลือ 1 พื้นที่ที่สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ยังไม่สามารถเจรจาซื้อขายได้ จึงมีข้อเสนอให้ลดอัตราดอกเบี้ยที่ปัจจุบันสูงเกินกว่าชาวบ้านจะรับภาระไหว ตลอดจนลดราคาที่ดินที่ใช้ราคาตลาดเป็นเกณฑ์ซื้อขาย และยังมีชุมชนอีกจำนวนมากที่ยื่นขอรับการช่วยเหลือจากธนาคารที่ดิน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ผลการเจรจา เห็นชอบ ให้ บจธ. รับข้อเสนอ และให้เร่งดำเนินการธนาคารที่ดิน บัญชี 2 2. โฉนดชุมชน จากการทำบันทึกข้อตกลงกับรัฐบาลเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2561 และการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน มีมติว่าต้องคุ้มครองพื้นที่ 486 ชุมชนที่ได้ยื่นขอโฉนดชุมชนไปแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการใดๆ […]

P-move แถลง-รัฐบาลประยุทธแก้ปัญหา 100 กว่ากรณีไม่คืบหน้า ยันต้องประชุมคณะกรรมการฯ วันนี้

P-move แถลง-รัฐบาลประยุทธแก้ปัญหา 100 กว่ากรณีไม่คืบหน้า ยันประชุมกรรมการวันนี้

สกน. แถลงการณ์ยืนหยัดปฎิรูปที่ดินโดยชุมชน เนื่องในงานมหกรรม”โฉนดชุมชน” 18ปี แห่งการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน

แถลงการณ์สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) “  ประกาศเจตนารมณ์  ”  18 ปี แห่งการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน นับเป็นเวลาอันยาวนานที่สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ได้ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายและนโยบายของรัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ทั้งพื้นที่เขตป่าและพื้นที่นอกเขตป่า  เราจึงรวมตัวกันขึ้นในพื้นที่ ๙ จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เข้าถึง “ที่ดิน”ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดของสังคมเกษตรกร และผลักดันเกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม บนฐานของความเสมอภาค เคารพหลักสิทธิมนุษยชน จัดการทรัพยากรบนฐานของหลักสิทธิชุมชน กระนั้นก็ตาม 18 ปีที่ผ่านมา สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ยังต้องเผชิญกับนโยบายของรัฐที่ไม่เป็นธรรม  กฎหมายที่ยังคงลิดรอนสิทธิชุมชน ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือของเรา  อย่างเช่น  นโยบายทวงคืนผืนป่า ที่มีปฏิบัติการยึดที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยดั่งเดิมเดิมของชาวบ้าน  โดยการบังคับใช้กฎหมายและจับคุมดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม , การเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ ที่รัฐพยายามกำหนดแนวเขตทับซ้อนพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม และยังขาดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชน ละเลยหลักการสิทธิชุมชน  ซึ่งการผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมนั้น หากขาดการมีส่วนร่วมจากชุมชนก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ในทางตรงกันข้าม การแก้ไขปัญหาที่สะสมมาเนินนาน กลับดำเนินการด้วยความล่าช้าสร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนรุนแรงมากขึ้น […]

1 2 3 5