คืนความสุข

งานวิจัยไร่หมุนเวียน ตอนที่ 7 การปรับตัวและเปลี่ยนแปลงของระบบไร่หมุนเวียน

การปรับตัวของชุมชนต่อความเปลี่ยนแปลงที่มากระทบกับระบบการทำไร่หมุนเวียนเกิดขึ้นในทุกชุมชนกรณีศึกษา แม้แต่ในระบบไร่หมุนเวียนเอง ทั้งนี้ ด้านหนึ่งก็เพื่อดำรงรักษาระบบไร่หมุนเวียนเอาไว้ ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็เป็นการปรับตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งตามกระแสเศรษฐกิจ และแรงกดดันจากนโยบายการจัดการทรัพยากรป่าไม้ของรัฐ
การดำรงอยู่ของระบบไร่หมุนเวียนทั้งในปัจจุบันและในอนาคตจึงไม่ได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับระบบการผลิตการเกษตรอื่นๆ รวมถึงระบบเศรษฐกิจแบบอื่น และยังเข้าไปอยู่ในกระแสความเคลื่อนไหวต่อรองทางการเมืองในเรื่องการจัดการป่าไม้และที่ดิน นอกจากนั้น สภาพที่ตั้งชุมชน ลักษณะทางภูมิประเทศ ความสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ ตลอดจน ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เส้นทางคมนาคม ปัจจัยต่างๆ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการปรับตัวของแต่ละชุมชนในระดับที่มากน้อยแตกต่างกันไป

ชาวนาโยธะกาประกาศ ไม่อพยพ ไม่ย้าย ขอตายบนแผ่นดินเกิด-ชูป้ายเขตปลอด EEC

วันนี้ (19 กันยายน 2561) ชาวนาตำบลโยธะกา ในนามกลุ่มโยธะการักษ์ถิ่น ประมาณ 100 กว่าราย ได้รวมตัวกันอ่านคำประกาศยืนยันว่าพวกเขามีสิทธิอันชอบธรรมในฐานะผู้บุกเบิก แผ้วถาง หว่านไถ พลิกฟื้นผืนดินจากป่าปรืออันรกทึบให้กลายเป็นผืนนาอันอุดมสมบูรณ์ และประกาศปกป้องแผ่นดินบรรพบุรุษ ไม่อพยพ และไม่ย้ายออกไปไหน ทั้งนี้ยังประกาศให้โยธะกาเป็นเขตปลอดอีอีซี 

P-Move จับมือเครือข่ายภาคประชาชน แถลงจี้หยุดร่างพรบ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ แนะคืนอำนาจให้ประชาชนร่วมจัดการที่ดินและทรัพยากร

วันนี้ (31 สิงหาคม 2561) ณ ที่ประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โรงแรมไมด้า ดอนเมืองแอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรมม (P-Move) ได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ หยุดและให้ทบทวนร่างพรบ คทช. คืนอำนาจให้ประชาชนและสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

4 ปี ไม่คืนความเป็นธรรม แถลงการณ์ P-move จี้รัฐบาลทำตามสัญญาคืนความสุขที่แท้จริงแก่ประชาชน

นับเป็นเวลากว่าเกือบ 4 ปีแล้วที่รัฐบาล คสช. เข้ามาบริหารประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมือง ขจัดคอรัปชั่น และลดความเหลื่อมล้้าทางสังคม “คืนความสุขให้ประชาชน” สร้างความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยจะ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาล กลับเลวร้ายลงพวกเขาจึงต้องออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชน และนี่คือเหตุผลที่พวกเขาต้องจากบ้านเรือนอันเป็นที่รักมาอยู่ริมถนน ณ ตอนนี้