Month: August 2018

งานวิจัยไร่หมุนเวียน ตอนที่ 2 กะเหรี่ยงคือใคร ?

ในตอนที่ 1 เราได้เผยแพร่บทคัดย่อของโครงการวิจัย “ศึกษาไร่หมุนเวียนของกะเหรี่ยงเพื่อเสนอเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” The study on Karen’s rotational farming for the domination of Intangible Cultural Heritage ที่จัดทำโดย กฤษฎา บุญชัย, พรพนา ก๊วยเจริญ และคณะ ไปแล้ว

คงพอทำให้เห็นภาพรวมของความสัมพันธ์ระหว่างคนกะเหรี่ยงกับไร่หมุนเวียน ว่ามีการเกี่ยวดองกันในวิถีชีวิตมาเนิ่นนานเพียงใด สำหรับงานวิจัยไร่หมุนเวียนในตอนที่ 2 นี้ จะพาไปทำความเข้าใจกับคนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงอย่างลึกซึ้ง เชิญครับ

บทความ ประวัติศาสตร์ที่ดินชาวนาตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

ประวัติศาสตร์ที่ดินชาวนาตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา พรพนา ก๊วยเจริญ กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน (Land Watch Thai) มิถุนายน 2561 ความเป็นมา กลางปี พ.ศ. 2557 ชาวบ้านตำบลโยธะกาได้รับหนังสือจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ฉะเชิงเทรา ที่ กค 0311.07/ว 3534 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา (นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย) ยกเลิกสัญญาเช่าและการเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินราชพัสดุ และส่งมอบที่ดินคืนทหารเรือ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 ด้วยเหตุผลว่า กองทัพเรือมีแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยธะกา เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหาร และหลังจากปี 2557 เป็นต้นมา สำนักงานธนารักษ์เลิกเก็บค่าเช่าที่ดินจากชาวบ้าน แต่ชาวบ้านยังคงใช้ที่ดินทำนาต่อไป ไม่มีใครส่งมอบที่ดินหรือย้ายออกไป ปลายปี พ.ศ. 2560 ชาวบ้านได้รับหนังสืออีกครั้งจากกองทัพเรือ ที่ ว 26/2560 ลงวันที่ 19 […]

เปิดงานวิจัยไร่หมุนเวียน-การทำเกษตรแบบยั่งยืน ตอนที่ 1

ไร่หมุนเวียนไม่ได้ดำรงอยู่โดดๆ แต่เป็นระบบนิเวศประดิษฐ์หน่วยย่อยภายใต้นิเวศวิทยาภูมิทัศน์ใหญ่ที่มีทั้งภูเขา ที่สูง หุบเขา ต้นน้ำ ป่าทึบ ป่าผสมผลัดใบ ทุ่งหญ้า ฯลฯ ที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบไร่หมุนเวียนดำรงอยู่ร่วมกับระบบผลิตอาหารอื่นๆ เช่น สวนรอบบ้าน นา พื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ หลากหลายกันไป

ประชุมคกก.โฉนดชุมชนครั้งแรกในรอบ 5 ปี -ประวิตรนั่งหัวโต๊ะ

ช่วงเช้าของวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุม 109 ชั้น 1 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล  ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(P-move) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อให้มีโฉนดชุมชน(ปจช.) ที่มีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุม นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีและบุคคลที่เกี่ยวข้องเช่น นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน  และ นายพีระ โพธิ์ทอง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการฯ เข้าร่วมการประชุมด้วย

3 สิงหาคม 2553 วันแห่งการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง

3 สิงหาคม 2553 วันแห่งการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง วันนี้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว พลันที่ครม.ในขณะนั้นมีมติรับรองเรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิติชาวกะเหรี่ยง นั่นกลายเป็นหมุดสำคัญในการต่อสู้ของพี่น้องกะเหรี่ยงในประเทศไทย เพราะมติในวันนั้นได้รับรองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนวิถีชีวิตคนอยู่กับป่า ซึ่งคนกะเหรี่ยงใช้เป็นเครื่องมืออ้างอิงสำหรับการเคลื่อนไหวในเวลาต่อมา สรุปสาระสำคัญในมติครม.ฉบับนั้นได้แก่ มาตรการฟื้นฟูระยะส้ัน ดำเนินการภายใน 6 -12 เดือน 1. การรับรองว่าจะส่งเสริมและสนับสนุนชาวกะเหรี่ยงในเรื่องอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ัและวัฒนธรรมกะเหรี่ยงว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมชาติที่มีความหลากหลาย ตลอดจนการส่งเสริมสังคมให้มีความเข้าใจในการอยู่ร่วมกัน แบบพหุวัฒนธรรม 2. การยุติการจับกุมและให้ความคุ้มครองกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่เป็นชุมชนท้องถิ่นด้้งเดิม ที่อยู่ในพื้นที่ข้อพิพาทเรื่องที่ทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม ตลอดจนจัดตั้งคณะกรรมการ หรือกลไกการทำงานเพื่อกำหนดเขตพื้นที่ในการทำกิน การอยู่อูาศัยและการดำเนินวิถีชีวิตตามวัฒนธรรม และจัดการข้อพิพาทการใช้ประโยชน์หรือการถือครองพื้นที่ของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกับหน่วยงานรัฐ 3. การให้ชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรประจำตัวบุคคลบนพื้นที่สูงและบัตรสำรวจชุมชนบนพื้นที่สูงเดิม) ที่อพยพเข้ามาก่อนวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2528 สามารถขอเป็นคนต่างด้าวมีถิ่นอยู่ถาวรในประเทศไทยและได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ส่วนบุตรที่เกิดในประเทศไทยให้สามารถขอสัญชาติไทยตามกฎหมายสัญชาติได้ ตลอดจนเร่งรัดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาการขอเป็นคนต่างด้าวมีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย 4. ส่งเสริมศูนย์วัฒนธรรมชุมชน โดยเชื่อมโยงและสอดคล้องกับวิถีชีวิตและฐานคิดดั้งเดิมให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมที่มีชีวิต 5. ให้ชุมชนมีส่วนในการกำหนดหลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม รวมทั้งสามารถจัดการศึกษาได้ด้วยตนเอง พัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู หรือคนในท้องถิ่น เช่น กรรมการโรงเรียนให้สามารถจัดการศึกษาได้ด้วยตนเอง มาตรการฟื้นฟูระยะยาว ดำเนินการภายใน 1-3 ปี […]

1 2