ข่าว

P-Move จับมือเครือข่ายภาคประชาชน แถลงจี้หยุดร่างพรบ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ แนะคืนอำนาจให้ประชาชนร่วมจัดการที่ดินและทรัพยากร

วันนี้ (31 สิงหาคม 2561) ณ ที่ประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โรงแรมไมด้า ดอนเมืองแอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรมม (P-Move) ได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ หยุดและให้ทบทวนร่างพรบ คทช. คืนอำนาจให้ประชาชนและสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ชาวบ้านตั้งกลุ่มโยธะการักษ์ถิ่น  ยันที่บรรพบุรุษ-ไม่ย้ายออก หลังกองทัพเรือขอคืนพื้นที่ 4000 ไร่

26 สิงหาคม 2561 ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ตัวแทนชาวบ้าน-หัวหน้าครอบครัวของชาวบ้าน หมู่ 2 หมู่ 10 หมู่ 11 และหมู่ 12 ในต.โยธะกา จำนวนประมาณ 100 คน ได้เข้าร่วมประชุมหารือกัน

ประชุมคกก.โฉนดชุมชนครั้งแรกในรอบ 5 ปี -ประวิตรนั่งหัวโต๊ะ

ช่วงเช้าของวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุม 109 ชั้น 1 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล  ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(P-move) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อให้มีโฉนดชุมชน(ปจช.) ที่มีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุม นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีและบุคคลที่เกี่ยวข้องเช่น นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน  และ นายพีระ โพธิ์ทอง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการฯ เข้าร่วมการประชุมด้วย

3 สิงหาคม 2553 วันแห่งการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง

3 สิงหาคม 2553 วันแห่งการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง วันนี้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว พลันที่ครม.ในขณะนั้นมีมติรับรองเรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิติชาวกะเหรี่ยง นั่นกลายเป็นหมุดสำคัญในการต่อสู้ของพี่น้องกะเหรี่ยงในประเทศไทย เพราะมติในวันนั้นได้รับรองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนวิถีชีวิตคนอยู่กับป่า ซึ่งคนกะเหรี่ยงใช้เป็นเครื่องมืออ้างอิงสำหรับการเคลื่อนไหวในเวลาต่อมา สรุปสาระสำคัญในมติครม.ฉบับนั้นได้แก่ มาตรการฟื้นฟูระยะส้ัน ดำเนินการภายใน 6 -12 เดือน 1. การรับรองว่าจะส่งเสริมและสนับสนุนชาวกะเหรี่ยงในเรื่องอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ัและวัฒนธรรมกะเหรี่ยงว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมชาติที่มีความหลากหลาย ตลอดจนการส่งเสริมสังคมให้มีความเข้าใจในการอยู่ร่วมกัน แบบพหุวัฒนธรรม 2. การยุติการจับกุมและให้ความคุ้มครองกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่เป็นชุมชนท้องถิ่นด้้งเดิม ที่อยู่ในพื้นที่ข้อพิพาทเรื่องที่ทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม ตลอดจนจัดตั้งคณะกรรมการ หรือกลไกการทำงานเพื่อกำหนดเขตพื้นที่ในการทำกิน การอยู่อูาศัยและการดำเนินวิถีชีวิตตามวัฒนธรรม และจัดการข้อพิพาทการใช้ประโยชน์หรือการถือครองพื้นที่ของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกับหน่วยงานรัฐ 3. การให้ชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรประจำตัวบุคคลบนพื้นที่สูงและบัตรสำรวจชุมชนบนพื้นที่สูงเดิม) ที่อพยพเข้ามาก่อนวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2528 สามารถขอเป็นคนต่างด้าวมีถิ่นอยู่ถาวรในประเทศไทยและได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ส่วนบุตรที่เกิดในประเทศไทยให้สามารถขอสัญชาติไทยตามกฎหมายสัญชาติได้ ตลอดจนเร่งรัดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาการขอเป็นคนต่างด้าวมีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย 4. ส่งเสริมศูนย์วัฒนธรรมชุมชน โดยเชื่อมโยงและสอดคล้องกับวิถีชีวิตและฐานคิดดั้งเดิมให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมที่มีชีวิต 5. ให้ชุมชนมีส่วนในการกำหนดหลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม รวมทั้งสามารถจัดการศึกษาได้ด้วยตนเอง พัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู หรือคนในท้องถิ่น เช่น กรรมการโรงเรียนให้สามารถจัดการศึกษาได้ด้วยตนเอง มาตรการฟื้นฟูระยะยาว ดำเนินการภายใน 1-3 ปี […]

5 เรื่องน่ารู้ หลังครม.เคาะ 8.5 หมื่นล้านบาท ลุยรถไฟทางคู่ “เด่นชัย-เชียงของ”

5 เรื่องน่ารู้ หลังครม.เคาะ 8.5 หมื่นล้านบาท ลุยรถไฟทางคู่ “เด่นชัย-เชียงของ” 1. เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2561 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ วงเงินรวม 85,345 ล้านบาท ระยะทางรวมประมาณ 323 กิโลเมตร โดยจะมีจำนวนสถานีทั้งหมด 26 สถานี และจะมีการเวนคืนที่ดิน ช่วง ก.ค.-ธ.ค. 2562 และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปี 2562 ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2565 2. เวนคืนที่ดิน 9,661 ไร่ รัฐตั้งวงเงินสำหรับค่าเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ไว้ 10,660 ล้านบาท โดยรัฐรับภาระค่าดำเนินการทั้งโครงการ สำหรับการเวนคืนนั้น ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นแนวเส้นทางใหม่ จะใช้พื้นที่เขตทาง 50 เมตร ตลอดเส้นทาง 323 กม. รวมประมาณ 9,661 ไร่ ก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (Overpass) จำนวน […]

1 2 3 4 5