บทความ

เพื่อไทย-อนาคตใหม่-ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์-พปชร. ร่วมถกข้อเสนอ P-move

วันที่ 23 เมษายน 2562 ณ ห้องประชุม ดร.สมศักดิ์ และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ชั้น 2 อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กรุงเทพมหานคร ได้จัดเวที “สัมมนาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมกับการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายนำเสนอต่อพรรคการเมือง” โดยมี ตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้แก่ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย คุณชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ คุณศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย พรรคอนาคตใหม่ คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ คุณศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิไจไทย โดยมีเนื้อหาข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ประเด็นนำเสนอต่อพรรคการเมือง ดูรายละเอียดข้อเสนอได้ที่ http://landwatchthai.org/2941?fbclid=IwAR382YWsMQwF2V3Ewbku_IJ__GI8XuK1bAk6G4n5QLtYrHWFKbiSA1LyX9I หลังจากที่ตัวแทน P-Move ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย พรรคการเมืองต่างๆที่เข้าร่วมเวที ได้ร่วมอภิปรายโดยมีเนื้อหาสรุปดังต่อไปนี้ ประเด็น สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย พรรคอนาคตใหม่ มีหลายข้อเสนอและสอดคล้องกับนโยบายพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะการเดินหน้าการเป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มใบ การยกเลิกประกาศคำสั่งคสช. โดยทำงานร่วมกับ […]

สรุปสถานการณ์ปัญหาป่าไม้-ที่ดิน และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลใหม่

“ที่ดิน” ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงในชีวิต ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ในประเทศไทย มีการแบ่งประเภทที่ดินตามกฎหมาย มีการถือครองอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ “ที่ดินเอกชน” ซึ่งเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน (ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสิทธิใดก็ตามซึ่งออกให้บุคคลและนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายที่ดิน) และ “ที่ดินของรัฐ” ซึ่งออกระวางแนวเขตตามกฎหมายต่างๆ ของหน่วยงานรัฐ สถานการณ์ปัญหาที่ดินที่ผ่านมา คืออำนาจในการบริการจัดการที่ดินอยู่ในมือของรัฐ โดยเฉพาะรัฐส่วนกลาง ชุมชนไม่สามารถกำหนด หรือบริหารจัดการที่ดินได้ด้วยตนเอง ซึ่งหมายถึงไม่สามารถกำหนดชีวิตของตนเองได้ จึงเกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมในการถือครองที่ดิน ที่ดินกระจุกตัว โดยเฉพาะที่ดินเอกชน ที่ไม่มีมาตรการในทางกฎหมายมาใช้เพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน ส่งผลกระทบอย่างมากในการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงที่ดินเพื่อทำกิน และอยู่อาศัย ท้ายที่สุดก็นำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ความไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย การโยกย้ายอพยพ ความยากจน และความไม่มั่งคงของกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม เป็นต้น

มองผังเมือง EEC ด้วยแว่นตาของนักวิชาการด้านผังเมือง

มองผังเมือง EEC ด้วยแว่นตาของนักวิชาการด้านผังเมือง ภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง คิดว่ากระบวนการการเกิดขึ้นของ EEC มีปัญหา และในอนาคตถ้าจะยกเลิก EEC ก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำ แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว และเราอยู่ในส่วนที่มองเห็นปัญหา เราจะส่งเสียงอะไรออกไปได้บ้าง ถ้าจะส่งเสียงออกมาว่าให้ยกเลิก หรือจะปรับปรุงอะไรก็ควรจะต้องปรับปรุง EEC คือชุดความคิดที่ดูประหลาด ขณะนี้ EEC จึงเป็นเรื่องที่อันตราย แต่จะมอง EEC ด้วยคนที่ทำงานด้านผังเมือง ไม่ใช่ในฐานะของข้าราชการกรมโยธา แต่เป็นมุมมองของชาวบ้านทั่วไป เมื่อพูดถึง EEC คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงของ พรบ. ซึ่งมี พรบ.ที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วยกัน 2 ตัว คือหนึ่ง พรบ.ผังเมือง ซึ่งผ่าน สนช. ไปเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จริงๆเป็นการผ่านพรบ.ที่เราไม่เห็นด้วย อยากถามเครือข่ายพี่น้องในพื้นที่ว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน มีการล่ารายชื่อ ฟังความเห็นจากภาคประชาสังคม ไปยังสนช. ซึ่งความเห็นอันนี้เป็นความเห็นในเชิงสนับสนุนร่าง พรบ.ฉบับนี้ หลายรายชื่อมาจากภาคตะวันออก ก็เคารพในความเห็นของท่าน แต่พรบ.ผังเมืองที่ผ่านความเห็นของสนช.จะมีผลต่อพื้นที่อื่นๆ ต่อไป […]

“ร่างพรบ.ข้าว” เคราะห์ซ้ำกรรมซัดของชาวนา(ผู้เช่าที่ดิน)

กลายเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับการพยายามผลักดันร่างพรบ.ข้าว ของสนช. โดยประเด็นที่ถูกวิพากวิจารณ์อย่างมากนั่นคือเรื่องของการห้ามเก็บเมล็ดพันธ์ ตามมาตราที่ 27/1 และมาตรา 33/2 ซึ่งตีความได้ว่า การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ยังไม่ได้รับการรับรองพันธุ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งแน่นอนว่าอาจเกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวนาในบางพื้นที่ ที่เคยเก็บเมล็ดพันธ์ไว้สำหรับการเพาะปลูกในรอบการผลิตหน้า จะทำไม่ได้อีกต่อไป หากว่าเมล็ดพันธ์ของตัวเองไม่ได้รับการรับรองจากกรรมการ

หรือแผ่นดินไทยจะสูญสิ้น : เผยทุนไทย-ต่างชาติฮุบดินในเขต EEC ได้แล้วเกือบ 700 ไร่

เว็บไซต์ EEC เปิดด้วยความภาคภูิใจว่า อานิสงส์ EEC ดูดเม็ดเงินกว่า 5 พันล้านบาท กนอ. ขายที่ดินในนิคมฯ ได้กว่า 700 ไร่ อ้างบทสัมภาษณ์ของ ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า จากการที่รัฐบาลได้เปิดการประมูลในโครงสร้างพื้นฐานหลักใน 5 โครงการได้เป็นตามเป้าหมาย ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1โครงการท่าเรือแหลมฉบับระยะที่ 3 และโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศอู่ตะเภา ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

1 2 3 4