ผลงานวิชาการ

สถานการณ์ด้านที่ดินในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (เนื้อหาบางส่วนเฉพาะประเทศไทย)

สถานการณ์ด้านที่ดินในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำ
โขงมีพัฒนาการที่น่าสนใจ อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการถือครองที่ดิน การแย่งยื้อที่ดิน
และสูญเสียที่ดินของผู้คนเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่ปรากฏมาก่อน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ มีผลเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ผู้กำหนดนโยบาย
นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานในหลากหลายสาขาอาชีพ สมควรจะได้ศึกษาและนำมาพิจารณาเพื่อหาแนวทางในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและปัญหาความขัดแย้ง
รายงานสถานการณ์ด้านที่ดินฉบับนี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลและข้อถกเถียงสำคัญที่เกี่ยวกับที่ดินในประเทศกัมพูชา
ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม
ที่แปลเป็นภาษาไทยจากเนื้อหาบางส่วนของรายงานฉบับเต็มที่เป็นภาษาอังกฤษโดยแบ่งเป็นสองส่วนคือ
สถานการณ์ด้านที่ดินในประเทศไทย
และภาพรวมของสถานการณ์ด้านที่ดินในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลโดยย่อ
เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นบริบทของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังมีบทวิเคราะห์ที่บันทึกประเด็นสำคัญของภูมิภาค
อันได้แก่ ความเชื่อมโยงด้านการลงทุนและการค้าที่ส่งผลต่อการเข้าถึงทรัพยากรที่ดินและการใช้ที่ดิน
สำหรับสถานการณ์ด้านที่ดินในประเทศไทยนั้น ได้นำเสนอเนื้อหาที่สำคัญของสถานการณ์ที่ดิน
เช่น บทบาทสำคัญของเกษตรกรในภาคการเกษตร
ความยืดเยื้อในการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ส่วนรวม รวมทั้งปัญหาความไม่เท่าเทียมในการถือครองที่ดิน

ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำ รายงานฉบับภาษาไทยนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Mr. Daniel Hayward องค์กร Land Watch Thai และเจ้าหน้าที่จากโครงการ Mekong Region Land Governance (MRLG) ที่มีส่วนสำคัญผลักดันให้รายงานที่น่าสนใจฉบับนี้สำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพกระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย หรือบุคคลทั่วไปที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการจัดการหรือบริหารที่ดินในบริบทต่าง ๆ และหวังว่าจะเนื้อหาเหล่านี้จะนำไปสู่การวิเคราะห์แลกเปลี่ยนที่เป็นประโยชน์ต่อธรรมาภิบาลของประเทศไทยในอนาคต

กิตติกรรมประกาศ โดย ดร. ชยันต์ วรรธนะภูติ หัวหน้าศูนย์ภูมิภาคด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่าง ยั่งยืน (RCSD) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานวิจัยไร่หมุนเวียน ตอนที่ 7 การปรับตัวและเปลี่ยนแปลงของระบบไร่หมุนเวียน

การปรับตัวของชุมชนต่อความเปลี่ยนแปลงที่มากระทบกับระบบการทำไร่หมุนเวียนเกิดขึ้นในทุกชุมชนกรณีศึกษา แม้แต่ในระบบไร่หมุนเวียนเอง ทั้งนี้ ด้านหนึ่งก็เพื่อดำรงรักษาระบบไร่หมุนเวียนเอาไว้ ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็เป็นการปรับตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งตามกระแสเศรษฐกิจ และแรงกดดันจากนโยบายการจัดการทรัพยากรป่าไม้ของรัฐ
การดำรงอยู่ของระบบไร่หมุนเวียนทั้งในปัจจุบันและในอนาคตจึงไม่ได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับระบบการผลิตการเกษตรอื่นๆ รวมถึงระบบเศรษฐกิจแบบอื่น และยังเข้าไปอยู่ในกระแสความเคลื่อนไหวต่อรองทางการเมืองในเรื่องการจัดการป่าไม้และที่ดิน นอกจากนั้น สภาพที่ตั้งชุมชน ลักษณะทางภูมิประเทศ ความสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ ตลอดจน ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เส้นทางคมนาคม ปัจจัยต่างๆ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการปรับตัวของแต่ละชุมชนในระดับที่มากน้อยแตกต่างกันไป

1 2 3