sura

สรุปสถานการณ์ปัญหาป่าไม้-ที่ดิน และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลใหม่

“ที่ดิน” ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงในชีวิต ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ในประเทศไทย มีการแบ่งประเภทที่ดินตามกฎหมาย มีการถือครองอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ “ที่ดินเอกชน” ซึ่งเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน (ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสิทธิใดก็ตามซึ่งออกให้บุคคลและนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายที่ดิน) และ “ที่ดินของรัฐ” ซึ่งออกระวางแนวเขตตามกฎหมายต่างๆ ของหน่วยงานรัฐ สถานการณ์ปัญหาที่ดินที่ผ่านมา คืออำนาจในการบริการจัดการที่ดินอยู่ในมือของรัฐ โดยเฉพาะรัฐส่วนกลาง ชุมชนไม่สามารถกำหนด หรือบริหารจัดการที่ดินได้ด้วยตนเอง ซึ่งหมายถึงไม่สามารถกำหนดชีวิตของตนเองได้ จึงเกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมในการถือครองที่ดิน ที่ดินกระจุกตัว โดยเฉพาะที่ดินเอกชน ที่ไม่มีมาตรการในทางกฎหมายมาใช้เพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน ส่งผลกระทบอย่างมากในการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงที่ดินเพื่อทำกิน และอยู่อาศัย ท้ายที่สุดก็นำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ความไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย การโยกย้ายอพยพ ความยากจน และความไม่มั่งคงของกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม เป็นต้น

นักวิชาการเตือน EEC เสี่ยงขาดแคลนน้ำ

เฟซบุ๊ค Somnuck Jongmeewasin ของ อ.เขียว ดร.สมนึก จงมีวศิน นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ได้เผยแพร่ความเห็นและข้อมูลที่แสดงถึงดร.สมนึก จงมีวศิน นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในพื้นที่ EEC ดังนี้

“ร่างพรบ.ข้าว” เคราะห์ซ้ำกรรมซัดของชาวนา(ผู้เช่าที่ดิน)

กลายเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับการพยายามผลักดันร่างพรบ.ข้าว ของสนช. โดยประเด็นที่ถูกวิพากวิจารณ์อย่างมากนั่นคือเรื่องของการห้ามเก็บเมล็ดพันธ์ ตามมาตราที่ 27/1 และมาตรา 33/2 ซึ่งตีความได้ว่า การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ยังไม่ได้รับการรับรองพันธุ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งแน่นอนว่าอาจเกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวนาในบางพื้นที่ ที่เคยเก็บเมล็ดพันธ์ไว้สำหรับการเพาะปลูกในรอบการผลิตหน้า จะทำไม่ได้อีกต่อไป หากว่าเมล็ดพันธ์ของตัวเองไม่ได้รับการรับรองจากกรรมการ

1 2 3 4 14