เกี่ยวกับเรา

          ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา การดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล คชส. โดยเฉพาะการจัดที่ดินเพื่อให้ผู้ลงทุนและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเช่าสำหรับลงทุนจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม ใน 10 จังหวัดชายแดนของประเทศไทย และได้ออกคำสั่งที่ 17/2558 เพื่อจัดหาที่ดินสำหรับการลงทุนดังกล่าว นำไปสู่การแย่งยึดที่ดินประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่หลายแห่ง เช่น อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และจังหวัดอื่นๆ ทาง Land Watch จึงให้ความสำคัญกับการทำงานในประเด็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

ยุทธศาสตร์องค์กร

  1. การศึกษารวบรวมข้อมูลงานวิจัยทางวิชาการ เอกสาร บทความที่เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเด็นที่ดิน และสถานการณ์ปัญหาการแย่งยึดที่ดินที่เกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายของรัฐ งานศึกษาดังกล่าวจะกลับสู่ชุมชนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ และเผยแพร่ รณรงค์ทางสาธารณะ
  2. การติดตามกฎหมายหรือนโยบายใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดิน เช่น ร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน, ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะรวบรวมเป็นเอกสารเพื่อให้กับชุมชน กลุ่ม และเครือข่ายได้ใช้ประโยชน์ และเผยแพร่ทางสาธารณะ

การประมวลข่าวสารเกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่ดินเผยแพร่ผ่าน Page Land Watch Thailand และ website ซึ่งจะดำเนินการในปีงบประมาณนี้ เพื่อเป็นช่องทางให้ภาคส่วนต่างๆ เช่น องค์กรที่ทำงานในประเด็นที่ดิน นักศึกษา ผู้สนใจหรือสาธารณชนสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

        ทั้งนี้ Land Watch ได้ทำงานศึกษารวบรวมนโยบายและการดำเนินการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งปัญหาและผลกระทบจากการดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ใน 5 จังหวัด คือ จังหวัดตาก เชียงราย หนองคาย นครพนม และมุกดาหาร เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้ใช้สำหรับการเรียกร้องสิทธิ และการมีส่วนร่วมเพื่อทบทวนการดำเนินการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่

          งานศึกษาดังกล่าวมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ให้กับกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่นได้นำไปใช้สำหรับการดำเนินการในการเรียกร้องเพื่อยืนยันสิทธิในที่ดิน และการมีส่วนร่วมของกลุ่มฯ ในการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการประสานงานกับองค์กรภายนอก เช่น สมัชชาองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพ ด้านสิทธิมนุษยชน/นักกฎหมายสิทธิมนุษชน เพื่อให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวเรียกร้องของกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่น ทำให้กลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่นมีความมั่นใจและสามารถดำเนินงานของกลุ่มมาอย่างต่อเนื่องตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

         การทำงานในประเด็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ Land Watch สามารถสนับสนุนงานด้านข้อมูลให้กับกลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่น กลุ่มท้องถิ่นในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก ให้มีความรู้มากขึ้นและสามารถนำไปใช้ประโยชน์สร้างพลังต่อรองให้กับกลุ่มฯ และกลุ่มท้องถิ่น/ภาคประชาสังคมในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดเชียงราย หนองคาย นครพนม และมุกดาหาร นอกจากนั้น Land Watch ยังสามารถสร้างพื้นที่การทำงานด้านข้อมูลร่วมกับสมัชชาองค์กรเอกชน ด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากร สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (Good Governance for Social Development and the environment Institute – GSEI) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Commission Office) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น (Center for Protection Revival of Community Rights) และยังเป็นแหล่งข้อมูลให้กับองค์กรและสื่อมวลชนที่สนใจอื่นๆ เช่น คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists) สื่อมวลชนไทย ได้แก่ Thai PBS และสื่อมวลชนต่างประเทศ ได้แก่ นักข่าวอิสระจากประเทศสเปญ และ NHK ของประเทศญี่ปุ่น

         ในงานเผยแพร่ ทาง Land Watch สามารถเผยแพร่ปัญหาและผลกระทบจากการดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษให้กับกลุ่มชาวบ้าน และองค์กรภาคประชาสังคม กลุ่มสื่อมวลชนในรูปของข้อมูลเอกสารโดยตรง และเผยแพร่ทาง web page “Land Watch Thailand”

ตลอดระยะเวลา กว่า 5 เดือนที่ฝ่ายสื่อสารของ Land Watch (มีนาคมกรกฎาคม) ได้ทำเพจ Land Watch Thai (กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน) มีผู้คนไลค์เพจกว่า 1,700 คน โดยเราได้นำเสนอเรื่องราวต่างๆ และมีหลายโพสต์ที่ได้รับความนิยม ก่อให้เกิดการพื้นที่การถกเถียงในประเด็นที่เรานำเสนอ ดังนี้ 1 อินโฟกราฟิก ทวงคืนผืนป่า มียอดแชร์ถึง 667 ครั้ง 2 โพสป้ายคัดค้านการใช้ .44 ยึดที่ดินทำกินของชาวบ้านในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก (อำเภอแม่สอด) มีคนเข้าถึงจำนวน 225,145 คน และมีคนแชร์มากถึง 1600 ครั้ง