ผู้นำการต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกิน ส่ายหัว…. ร่างพรบ.ภาษีที่ดินฉบับ สนช. โอ๋คนรวย ลืมคนจน!!!

ผู้นำการต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกิน ส่ายหัว…. ร่างพรบ.ภาษีที่ดินฉบับ สนช. โอ๋คนรวย ลืมคนจน!!!

นี่คือความในใจของผู้นำภาคประชนชนในการต่อสู้ประเด็นสิทธิในที่ดินทำกินอันยืดเยื้อยาวนานต่อเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. …. ซึ่งจัดโดย คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Q :ลุงดิเรกมีความคิดเห็น มีความรู้สึกอย่างไรต่อเวทีวันนี้บ้างครับ?

A : “เวทีวันนี้ที่ได้มามีส่วนร่วม ก็คือว่าเป็นโอกาสที่ดี แต่เนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติ ผมเห็นว่ายังไม่นำไปสู่การกระจายการถือครองที่ดินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ผมเห็นว่าโดยตัวเนื้อหาในกฎหมายฉบับนี้ยังไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้

เพราะว่าแม้จะได้ชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ก็พบว่าจริงๆแล้วในเนื้อหาร่างกฎหมายฉบับนี้เต็มไปด้วยทางรอดของผู้ประกอบการมากมายในการหลีกเลี่ยงภาษี

นอกจากนี้ยังพบว่าการเก็บบนฐานของพื้นที่การปกครองส่วนท้องถิ่นทำให้เจ้าที่ดินขนาดใหญ่ที่ถือครองที่ดินข้ามเขตหลายพื้นที่การปกครอง เสียภาษีน้อยลงเพราะระบบการเก็บภาษีที่คิดจากแปลงที่ดินในแต่ละเขตเท่านั้น ผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ก็ใช้ช่องทางข้างต้นในการทำตัวเป็น “ผีแปลงสาร” หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีด้วยข้อยกเว้นเหล่านี้กันไปหมด

แต่หากว่ารัฐมีเป้าหมายในการลดความเหลื่อมล้ำจริงๆอย่างที่อ้าง มันก็ต้องมาจากมาตรการในการจำกัดการถือครองที่ดิน สร้างกฎหมายที่ดินลักษณะนี้ขึ้นมา ซึ่งแค่นี้ยังไม่เพียงพอ ต้องมีการจัดเก็บภาษีที่ดินที่มีลักษณะ “อัตราก้าวหน้า”อีกด้วย

แม้ว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับนี้ พยามชี้แจงว่าอัตราภาษีที่ดินในร่างนี้ก็มีลักษณะอัตราก้าวหน้า แต่ผมเห็นว่าโดยเนื้อแท้แล้วมันไม่ใช่ เพราะมีข้อยกเว้นมากมาย มีเพดานในการจัดเก็บภาษีที่สูง

หากเป็นภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้ามันระบุโดยเกณฑ์ขั้นต่ำของจำนวนการถือครองชัดไปเลยว่าจะเริ่มเก็บที่กี่ไร่ แล้วคราวนี้ ไม่ว่าคุณจะมีที่ดินอยู่จังหวัดไหน หากเป็นที่ดินเจ้าของเดียวกันก็จะคิดภาษีรวมกันจากทุกแปลงเพื่อเสียภาษีเข้ารัฐทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะมีที่ดินแต่ละแปลงอยู่ที่ไหนในประเทศ ไม่ใช่การแยกย่อยซอยแปลงแล้วไปเสียตามพื้นที่แบบนี้ มันไม่เกิดประโยชน์ มันไม่ตอบโจทย์เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ ”

อย่างไรก็ตามผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับนี้ ก็ดีกว่าภาษีบำรุงท้องที่เดิม เพราะอย่างไรก็เป็นภาษีที่เก็บจากการถือครองที่ดิน แต่ถ้าให้ผมประเมินว่ามันจะนำไปสู่เป้าหมายในการกระจายการถือครองที่ดินได้แค่ไหน ผมคิดว่าประมาณ 10 % จาก 100%

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือเรื่องการมีส่วนร่วม เวทีวันนี้อาจมีจุดประสงค์ว่าเป็นการรับฟังความคิดต่อร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่จริงแล้วมันไม่ใช่ เพราะว่าเขาบอกว่าก่อนหน้านี้ เปิดรับฟังความคิดเห็นไปทั่วทุกภูมิภาค แต่ผมก็ไม่เห็นว่าคนในท้องถิ่นท้องที่จะได้เข้าร่วมกับเขา

จริงๆแล้วคนท้องถิ่นสนใจเรื่องนี้เยอะมาก มีปัญหาที่เกี่ยวข้องมาก มีข้อเสนอมากมายที่จะเสนอ แต่ผมได้มาร่วมแค่ที่เวทีส่วนกลางอย่างเดียว มันก็แทบจะเป็นแค่หนึ่งในพันของผู้ที่อยากเข้าร่วมออกความคิดเห็นด้วยซ้ำไป มันน้อยมาก

ซ้ำร้ายประเด็นมันก็ยังเป็นคนละเรื่องกับที่ภาคประชาชนอยากขับเคลื่อนเรื่องภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้ามันต่างเป้าหมาย มันเป็นคนละมุมกันเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เสียทีเดียว บางเทศบาล บางองค์การบริหารส่วนตำบลก็จะได้ประโยชน์มากจากร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับนี้ แต่มันคงเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ เช่น เมืองพัทยา หัวหิน เทศบาลนครเชียงใหม่อะไรแบบนี้ ก็จะได้ประโยชน์ไป

แต่คำถามก็คือแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก อย่างเช่นเทศบาลแม่คองซ้าย อบต.น้ำพาง ที่มีจำนวนพื้นที่เอกสารสิทธิ์ทำกินน้อยแล้วไม่ถึงเกณฑ์การจ่ายภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างจะเก็บได้เท่าไรกัน ? พวกเขาจะได้รับการอุดหนุนเพิ่มจากรัฐหรือมาตรการอื่นๆอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมตามเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งวันนี้พวกเขาก็ไม่ได้พูดถึงกัน พูดกันถึงแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ

————————–————————–————
ทำความรู้จักสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ
http://www.landjustice4thai.org/corporate_npf.php

Related Posts