เหยียบซ้ำชาวบ้านดอยเทวดาด้วยความ “อยุติธรรม” ดำเนินคดีนักกิจกรรมและชาวบ้านขัดคำสั่งหัวหน้าคสช.

เหยียบซ้ำชาวบ้านดอยเทวดาด้วยความ “อยุติธรรม” ดำเนินคดีนักกิจกรรมและชาวบ้านขัดคำสั่งหัวหน้าคสช.

“ข่าวจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน” เมื่อวานนี้ (วันจันทร์ ที่ 5 ก.พ. 61) เวลาประมาณ 11.00 น. กลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดา ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา ประมาณ 15 คน ได้ทำกิจกรรมเดินมิตรภาพในพื้นที่ชุมชน

โดยมีการถือป้ายและอ่านแถลงการณ์ให้กำลังใจและสนับสนุนกิจกรรม “We walk เดินมิตรภาพ” ของเครือข่าย People GO network พร้อมกับเรียกร้องเรื่องกฎหมายสำหรับคนจน 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า ร่างพระราชบัญญัติโฉนดชุมชน ร่างพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม

ซึ่งต่อมาช่วงบ่าย ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 5-6 นาย เดินทางเข้าไปยังบ้านของหนึ่งในชาวบ้านที่ร่วมกิจกรรม พร้อมกับพูดคุยเรื่องการไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบก่อนการทำกิจกรรม จะได้เข้ามารักษาความปลอดภัย และเกรงจะมีมือที่สามเข้ามาแทรกแซงหรือสอดแทรกเรื่องการเมือง

เจ้าหน้าที่ยังขอรายชื่อและเบอร์ติดต่อของชาวบ้านไปด้วย ต่อมา ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบประมาณ 6-7 นาย ติดตามเข้าไปหาชาวบ้านที่ร่วมกิจกรรมด้วย โดยระบุว่ามาตรวจสอบกิจกรรมที่อาจจะเป็นการกระทบความมั่นคง

จนกระทั้งเวลาประมาณ 19.00 น. ชาวบ้าน 2 ราย ได้รับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ติดต่อให้เดินทางไปที่ สภ.ภูซาง เพื่อทำการเซ็นเอกสารรับทราบเรื่องการจัดกิจกรรมเดิน WeWalkเดินมิตรภาพ

ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 น. กลุ่มชาวบ้านและนักกิจกรรมที่เข้าไปร่วมกิจกรรมจำนวน 9 ราย ได้เดินทางไปที่สภ.ภูซาง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจรออยู่แล้วและในที่สุด ตำรวจ แจ้งความดำเนินคดีนักกิจกรรมและชาวบ้านดอยเทวดา สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.)และ P-move ที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา รวม 14 ราย (ในจำนวนนั้นมีหญิงแม่ลูกอ่อนและเยาวชนพิการทางสมองด้วย)

โดยระบุข้อหามั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองที่มีจำนวนเกินกว่า 5 คน โดยขัดคำสั่งหัวหน้าคสช.( ที่3/2558 ) หรือโดยไม่ได้รับอนุญาต”ขณะทำกิจกรรมรณรงค์ปัญหาที่ดิน อย่างสงบในชุมชนของตัวเองเพื่อส่งกำลังใจให้ wewalk เดินมิตรภาพ ซึ่งล่าสุดเวลา 09.30 น. วันนี้( 6 ก.พ.)ตำรวจสภ.ภูซาง สรุปสำนวนส่งฟ้องศาลจังหวัดเชียงคำแล้ว และชาวบ้านกำลังต้องการเงินเพื่อประกันตัวออกมาสู้คดี

ทั้งงนี้ ชาวบ้านดอยเทวดานั้น เป็นสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินทำกินโดยมีข้อพิพาทกับนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มายาวนานกว่า 10 ปี

ชาวบ้านหลายคนถูกฟ้องเป็นจำเลยในข้อหาบุกรุก เนื่องจากบริษัทอ้างกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดินทำกินของชาวบ้าน โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า ที่ดิน 300 กว่าไร่บริเวณดอยเทวดา ตำบลสบบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่ชาวบ้านหมู่ 1 และ หมู่ 2 ใช้ร่วมกันมาแต่บรรพบุรุษ โดยมีเพียง 8 ไร่เท่านั้นของนายเสา สบบงที่มีโฉนดที่ดิน ต่อมาเมื่อชุมชนขยายตัว จึงมีการเข้ามาตั้งบ้านเรือนถาวร และทำกินบนดอยเทวดาแห่งนี้อยู่ร้อยกว่าครัวเรือนในช่วงปี 2540

3 ปีต่อมา มีตัวแทนจากบริษัทเชียงคำฟาร์มเข้ามาอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดิน 300 กว่าไร่บนดอยเทวดาแห่งนี้ ทว่าชาวบ้านไม่เข้าใจและหลายคนไม่ยอม

5 ปีต่อมา ตัวแทนบริษัทได้เข้ามาพูดคุยกับชาวบ้าน นัยว่าจะออกเอกสารสิทธิ์ให้ นัดแนะให้ไปที่สำนักงานที่ดินจังหวัดพะเยา สาขาเชียงคำ เพื่อเซ็นเอกสาร ปี 2549 บริษัทจึงได้ขอให้มีการรังวัดที่ดินและออกโฉนดจำนวน 5 แปลง รวม 247 ไร่เศษ ซึ่งได้เว้นพื้นที่ชุมชนไว้ 74 ไร่

5 ปีต่อมา เมื่อชาวบ้านบางส่วนยังคงยืนยันที่จะทำกินในบริเวณที่ดิน 247 ไร่ดังกล่าว จึงเกิดเป็นคดีความขึ้น 3 คดี โดยมีบริษัทเชียงคำฟาร์ม จำกัด เป็นโจทก์ และมีชาวบ้าน 8 คนเป็นจำเลย

“ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทก่อนปี 2550 แต่อย่างใด การออกโฉนดที่ดินพิพาทของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย หากจำเลยมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2541 ดังที่กล่าวอ้าง เหตุใดจำเลย จึงทำหนังสือยืนยันรับรองสิทธิการครอบครองที่ดินของโจทก์ และทำบันทึกยอมรับยกที่ดินให้โจทก์

โจทก์เป็นเจ้าของและมีสิทธิในที่ดินพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาท จึงไม่อาจขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน(โฉนด 5 แปลง 247 ไร่เศษ) ขอให้ยกฟ้องแย้ง ” (ความจากสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแพ่งระหว่างบริษัทเชียงคำฟาร์ม จำกัด กับ นางแสง สบบง ลงวันที่ 3 กันยายน 57, หน้า 7)

จากกรณีนี้จะเห็นได้ว่า นอกจากชาวบ้านดอยเทวดาจะแพ้คดีความที่สิ้นสุดลงแล้วกับบริษัทเอกชนแต่กลับต้องเผชิญกับอำนาจที่ไม่ชอบธรรมจากการปกครองประเทศด้วยคำสั่งของรัฐบาลเผด็จการ

ปัญหาที่ดินยังเป็นปัญหาสำคัญที่ชาวบ้านต้องเรียกร้องต่อสู้ แต่ในช่วงรัฐบาลทหารที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมเรื่องปัญหาที่ดินนั้นจะถูกเมินเฉยและถูกข่มขู่จากรัฐเป็นพิเศษ

ถือเป็นช่วงเวลาที่มืดมนและเป็นเหตุการณ์ที่ข่มขืนซ้ำชาวบ้านดอยเทวดาอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ และ ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือเพื่อสังคมประชาธิปไตย – CAN

 

Related Posts