ส่องดูที่ดิน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์จำกัด : พบมีปัญหาที่ดินกับชาวบ้านท้องถิ่นในทวาย ส่วนในประเทศไทยพบทำเหมืองโปแตส

ส่องดูที่ดิน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์จำกัด แรงสะเทือนจากทุ่งใหญ่ : พบมีปัญหาที่ดินกับชาวบ้านท้องถิ่นในทวาย ส่วนในประเทศไทยพบทำเหมืองโปแตส

จากข่าวที่นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ถูกจับกุมกลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี พร้อมของกลางคือซากเสือดำ รวมถึงซากสัตว์อีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงอาวุธปืนไรเฟิลล่าสัตว์และเครื่องกระสุน เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561ที่ผ่านมา

สังคมไทยต่างตั้งคำถามกับความป่าเถื่อนและความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า เพราะผู้ต้องหาเป็นถึงประธานกรรมการบริหารบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่มีสัญญาร่วมกับภาครัฐ

วันนี้ทีมงานLand Watch ขออนุญาตติดตามประเด็นนี้และตามหาข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับที่ดินตามภารกิจของชาว Land Watch จากงบแสดงฐานะการเงิน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ปี 2560(30 กันยายน 2560 : ยังไม่ได้ตรวจสอบแต่สอบทานแล้ว)

พบว่า “งบการเงินรวม หมวดสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน”ซึ่งเป็นหมวดที่จะรายงานทรัพย์สินของบริษัทที่มักจะเป็นที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง และ สิทธิในการเช่าที่ดินหรือสัมปทานอื่นๆนั้น ในปี พ.ศ.2560 บริษัท

อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มี สิทธิการเช่าที่ดินและโครงการระหว่างพัฒนา 7,649,509,000 บาทเพิ่มขึ้น 90,517,000 บาท จากปี พ.ศ.2559 ซึ่งมีจำนวน 7,558,992 ,000 บาท ส่วนสิทธิในเหมืองแร่โปแตช มูลค่า 2,293,489,000 บาท มีมูลค่าคงที่จากปีก่อน

นอกจากนี้พบว่าบริษัทมีที่ดินรอการพัฒนา – สุทธิ มูลค่า 770,615,000 บาท เพิ่มขึ้น 5,491,000 บาท จากปี พ.ศ.2559 ซึ่งมีจำนวน 765,124,000 บาท และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน มูลค่า 1,953,414,000 บาท เพิ่มขึ้น 28,051,000 บาท จากปี พ.ศ.2559 ซึ่งมีจำนวน 1,925,363,000 บาท

บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยมี ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ – สุทธิ รวมมูลค่า 19,129,041,000 เพิ่มขึ้น 233,947,000 บาท จากปี พ.ศ.2559 ซึ่งมีมูลค่า 18,895,094,000 บาท
ซึ่งรวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนทั้งหมด มีมูลค่า 38,219,566,000 เพิ่มขึ้น 1,294,474,000 บาท จากปี พ.ศ.2559 ซึ่งมีมูลค่า 36,925,092,000 บาท

แน่นอนว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสอดคล้องกับบริษัทรับเหมาก็สร้างระดับประเทศ แต่หากลงลึกไปในรายละเอียดก็จะพบว่า “บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีการดำเนินกิจการในลักษณะข้ามชาติและเกี่ยวพันกับโครงการพัฒนาที่ดินระดับภูมิภาคอีกด้วย”

เช่นในปี พ.ศ. 2556 เกิดกรณีชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างถนน (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตนิคมอุตสาหกรรมทวาย ที่เชื่อมโยงระหว่างโครงการกับประเทศไทยที่จังหวัดกาญจนบุรี) ได้รวมตัวกันปิดถนน และกักรถของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ไว้เป็นเวลา 3 วัน

เนื่องจากไม่พอใจที่ทางบริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายต่อทรัพย์สิน และที่ดินที่ถูกยึดไปจากการสร้างถนน ทั้งนี้แม้ว่าที่ผ่านมาชาวบ้านจะไม่ได้ยินยอมในข้อตกลงเกี่ยวกับหลักการของการจ่ายค่าชดเชยก็ตาม แต่ทางบริษัทก็เคยสัญญาว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้หลังจากการประเมินพื้นที่ผลกระทบนั้นเสร็จสิ้น

ต่อมา นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์(ผู้ต้องหาล่าสัตว์ป่า)ได้ออกมาประกาศถึง เรื่องบริษัทและคู่สัญญากลุ่มธุรกิจร่วมทุนภายใต้บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศเมียนมาร์ ได้ลงนามในสัญญาสัมปทานโครงการทวายระยะแรก กับคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมพื้นที่ 27 ตารางกิโลเมตร และบริษัทยังได้รับสิทธิในการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติมต่างหากอีก 8 ตารางกิโลเมตร รวมเป็นพื้นที่ขายประมาณ 16,000 ไร่ โดยใช้เวลาพัฒนาทั้งหมด 8 ปี คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนแหล่งที่มาของเงินกู้ในการพัฒนาโครงการมาจากในประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะเปิดให้ผู้ประกอบการเข้าจองและสามารถใช้งานในพื้นที่ในปี 2559 สำหรับพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมราคาขายที่ดินตั้งไว้ที่ไร่ละ 3 ล้านบาท

ซึ่งจากระยะเวลาปี พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ.2559 หรือจากข่าวที่ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างถนนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตนิคมอุตสาหกรรมทวายปิดถนนเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์จำกัด ถึง ช่วงที่นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการบริหารประกาศเปิดให้ผู้ประกอบการเข้าจองและสามารถใช้งานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ชะตากรรมของชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นอย่างไร ก็ต้องถือว่านอกจากคดีที่สะเทือนใจนักอนุรักษ์และกรณีของการแย่งยึดที่ดินของธุรกิจก่อสร้างในระดับภูมิภาคก็เป็นที่น่าจับตาไม่น้อยเช่นกัน!!!

 

Related Posts