พรุ่งนี้รอลุ้นคำตัดสินสุดท้าย ศาลปกครองสูงสุดชี้ป่าไม้เผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจานผิดหรือไม่

สำนักข่าว ข่าวสด รายงานว่าวันพรุ่งนี้ (12 มิถุนายน 2561) จะเป็นวันที่ ศาลปกครองสูงสุด นัดฟังคำตัดสินคดีหมายเลขดำที่ ส.58/2555 ระหว่างนายโคอิ หรือคออี้ มีมิ กับพวก 6 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย โดย นายโคอิ กับพวกรวม 6 คน ฟ้องว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 1 กับพวก 2 คน เผาทำลายทรัพย์สิน ยุ้งฉางข้าว ของผู้ฟ้องคดี ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า เป็นการกระทำที่ขัดต่อพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 จึงเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดแก่ผู้ฟ้องคดี


โดย เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2559 ศาลปกครองได้มีผลคำตัดสินของต่อกรณีดังกล่าวดังนี้

1. พื้นที่พิพาท ไม่ใช่ชุมชนดั้งเดิม มีการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ใหม่ โดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน มีการทำตามกระบวนการ โดยเจรจาผ่านผู้นำชุมชน ว่าให้ชาวบ้าน รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกไป เมื่อครบกำหนด จึงได้มีการไปรื้อถอนและเผาทำลาย ซึ่งศาลเห็นว่า พื้นที่ดังกล่าว ไม่ใช่ชุมชนดั้งเดิม ดังนั้นการกระทำของเจ้าหน้าที่ จึงไม่ถือเป็นการละเมิดและไม่ผิดกฎหมาย เป็นการทำตาม พระราชบัญญัติกรมอุทยาน

2. มติครม 30 สิงหาคม 2553 เรื่อง แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ที่ชาวบ้านยกขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้นั้น ไม่เข้าเงื่อนไขตามมติดังกล่าว เพราะพื้นที่พิพาทนี้ไม่ใช่ชุมชนดั้งเดิม 3. การเผาทำลายข้าวของบ้านเรือน เนื่องจากมีการเผาเครื่องใช้และสิ่งของ ถือว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ดังนั้นให้จำเลยที่ 1(กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช) ชดใช้ให้กับผู้ฟ้องทั้ง 6 คน คนละ 10,000 บาท


การฟ้องครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5-9 พ.ค. 2554 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ได้เข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือน ทรัพย์สินของปู่คออี้ และชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบริเวณ ต.ห้วยแม่เพียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กว่า 20 ครอบครัว จนได้รับความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน

โดยมีบ้านพักอาศัย และยุ้งฉางถูกเผาไปกว่า 100 หลังคาเรือน ตามโครงการขยายผลการอพยพ ผลักดัน จับกุมชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตามแนวชายแดนไทยพม่า ทั้งที่ปู่คออี้และชาวกะเหรี่ยงทั้งหมดในพื้นที่ได้ตั้งรกรากบนพื้นที่บริเวณลำห้วยเหนือแม่น้ำบางกลอย ที่บ้านบางกลอยบน ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน มาเป็นระยะเวลากว่า 100 ปี หลายชั่วอายุคน

ถือได้ว่าเป็นคดีที่มีสังคมติดตามมากที่สุดอีกคดีหนึ่ง และวันพรุ่งนี้ เราจะติดตามและคอยรายงานสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

 

Related Posts