ลำดับเหตุการณ์ปฎิบัติการณ์ทวงคืนผืนป่ากับความรุนแรงโดยการบังคับใช้กฏหมาย

ภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 รัฐบาลทหารได้มีคำสั่ง คสช. ที่ 64 และ 66/2557 เรื่องการปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ พร้อมกับประกาศใช้แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “แผนทวงคืนผืนป่า”ถึงแม้แผนดังกล่าวจะมีเจตนาที่มุ่งเน้นเอาผิดกับนายทุนที่ถือครองที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ แต่ในทางเป็นจริงกลับพบว่า เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา คนยากจนต้องตกเป็นเหยื่อจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่จำนวนมาก ทั้งการตัดฟันทำลายผลอาสิน เช่น ยางพารา เป็นต้น การข่มขู่คุกคาม จำกัดสิทธิในการทำประโยชน์ที่ดิน รวมทั้งการฟ้องดำเนินคดี

ช่วงเวลาและเหตุการณ์

22 พฤษภาคม 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการของนาย นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล (รัฐบาลนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) จนทำให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 สิ้นสุดลง และได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แทน

14 มิถุนายน 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบที่ 64/2557 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้

17 มิถุนายน 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบที่ 66/2557 เรื่องการเพิ่มเติมหน่วยงานสําหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน

21 กรกฎาคม 2557 ประกาศคณะรักษาความสงบฉบับที่ 106/2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมกฏหมายว่าด้วยป่าไม้ โดยมีการเพิ่มประเภทไม้หวงห้าม ลดจำนวนไม้ไว้ในครอบครองได้ และเพิ่มโทษผู้กระทำผิดที่มีอัตราโทษสูงขึ้น เพื่อเอื้อต่อปฎิบัติการทวงคืนผืนป่าตาม คำสั่ง คสช.ที่ 64/2557 และ คำสั่งคสช. ที่ 66/2557

23 กรกฎาคม 2557 ป่าไม้ทวงคืนผืนป่าภูพาน-ภูผาเหล็ก เริ่มต้นปฎิบัติการณ์ทวงคืนผืนป่า เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดกาฬสินธุ์ สนธิเจ้าหน้าที่ปกครอง ตำรวจ และป่าไม้เร่งปฏิบัติการแผนอาชาพิทักษ์ไพรทวงคืนผืนป่าสงวนแห่งชาติภูพานและป่าอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก เขตอ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ที่ถูกนายทุนบุกรุกตัดโค่นต้นไม้เหี้ยนเหลือแต่ตอนับหมื่นๆต้นกลางภูเขา เบื้องต้นพบกินพื้นที่กว่า 3 พันไร่

30 กรกฎาคม 2557 ดำเนินการประชุมซักซ้อมแนวปฏิบัติตามนโยบายแผนแม่บท แก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และมอบหมายให้ สบอ.1-16 และสำนักสาขา จัดประชุมหน่วยงานภาคสนาม กำหนดแนวทางการดำเนินงานตามแผนแม่บท

4 สิงหาคม 2557 แต่งตั้งคณะทำงานการทำแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

29 สิงหาคม 2557 แต่งตั้งคณะทำงานปรับปรุงกฏหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ผลของการบังคับใช้คำสั่ง คสช. ทั้ง 2 ฉบับได้ดำเนินการไปบนแผนแม่บท แก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้, การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2557 ซึ่งแผนแม่บท การพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ได้ดำเนินการไปบนแผนการดำเนินงาน 10 ปีเพื่อให้ได้ผืนที่ป่าได้ได้ 40 เปอร์เซนต์ดังนั้นจึงเป็นแนวปฎิบัติให้หน่วยงานในระดับพื้นที่ต้องเน้นการรายงานผลการดำเนินการที่แสดงให้เห็นจำนวนของการจับกุม ดำเนินคดี ยึดไม้ของกลาง และยึดคืนพื้นที่ป่าไม้ โดยสามารถแบ่งออกการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ตามปฎิบัติการณ์ทวงคืนผืนป่าได้เป็น 3 ลักษณะ ดังต่อไปนี้

1.มีการข่มขู่ คุกคาม ไล่รื้อและดำเนินคดีในพื้นที่สาธารณประโยชน์พื้นที่สัญญาเช่า เช่น

17 กรกฎาคม 2557 บ้านเก้าบาตร ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ทหารสังกัดกองทัพภาคที่2 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมอาวุธครบมือ ข่มขู่ว่าพื้นที่ที่เป็นประเด็นพิพาทหมดอายุสัมปทาน จะขอคืนพื้นที่ที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ทั้งหมด และยังมีการควบคุมแกนนำบางส่วนไป

28 กันยายน 2557 ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองคนใหม่ได้มีการประชุมหน่วยงานในจังหวัด โดยมีมติว่า ที่ดินบนเกาะเสม็ดเป็นที่ราชพัสดุทั้งเกาะ และให้กรมธนารักษ์ทำหนังสือถึงชาวบ้านให้ไปดำเนินการเช่าภายใน 45 วัน หลังจากที่ได้รับหนังสือ

29 กันยายน 2557 พื้นที่ที่บริษัทเอกชนหมดสัญญาเช่าในการทำสวนปาล์มกับกรมป่าไม้ ในพื้นที่ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ จึงมีชาวบ้านประมาณ 500 คนเข้าไปจับจองใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ต่อมาวันที่ 15 กันยายน 2557 เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป่าไม้อาสาสมัครกว่า 400 นาย พร้อมอาวุธครบมือ เข้าควบคุมพื้นที่ และผลักดันชาวบ้านออกจากพื้นที่ รวมถึงจับกุมแกนนำชาวบ้านไปรายงานตัวเพื่อปรับทัศนคติเป็นเวลา 3 วัน ณกองบังคับการจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี

28 กุมภาพันธ์ 2558 ชาวบ้านในชุมชนเพิ่มทรัพย์ ม.1 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ถูกเจ้าหน้าที่ทหารขับไล่ออกจากพื้นที่โดยมีเอกชนอางว่าเป็นที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน ทั้งที่ขาวบ้านได้อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทำให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ รวมทั้งมีชาวบ้านเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความขัดแย้งดังกล่าว

2.มีการไล่รื้อ ตัดฟันทำร้ายพืชผลอาสินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เช่น

1 และ 25 กรกฎาคม 2557 ชุมชนเสียงสวรรค์ ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนว่าในช่วงเวลาวันที่ 1- 25 กรกฏาคม 2557 มีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกว่า 100 คน เข้าทำการรื้อถอนและเผาทำลายบ้านเรือน ทรัพย์สิน รวมทั้งพืชไร่ของผู้ร้องและชาวบ้าน

23 กรกฎาคม 2557 พื้นที่เครือข่ายเทือกเขาบรรทัด ร้อเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ มีคำสั่งเข้าทำลายหรือรื้อสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาในวันที่ 21 สิงหาคม 2557 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่เขาย่า ได้นำป้ายตรวจยึดและหนังสือคำสั่งทางปกครองให้ทำการรื้อถอนสวนยางพาราให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 18 กรกฏาคม 2557

31 กรกฎาคม 2557 ชาวบ้านในชุมชน 2 คนในหมู่ที่ 2 ต.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ได้ให้ชาวบ้านตัดต้นยางพาราและออกจากที่ดินทำกิน โดยมีการข่มขู่ คุกคามให้ชาวบ้านลงลายมือชื่อยินยอมในการออกจากที่ดิน

4 สิงหาคม 2557 ชุมชนบ้านน้ำพิ ต.ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหารและป่าไม้ได้เข้ายึดพื้นที่ทำกินของราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทำกินมาอย่างช้านาน และมีผู้เดือดร้อนมากถึง 101 ครอบครัว

10 สิงหาคม 2557 พื้นที่บ้านโนนเจริญ หมู่ที่ 9 ต.กกปลาซิว อ.ภูพาน จ.สกลนคร มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าไปตึดป้ายประกาศยึดพื้นที่ปลูกยางพาราของชาวบ้านจำนวน 6 ราย เนื้อที่ประมาณ 150 ไร่

16 สิงหาคม 2557 ตัวแทนชุมชนคลองไทรพัฒนา สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ร้องเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนประมาณ 50 นาย ได้เข้าตรวจค้นบ้านเรือนของชาวบ้านในชุมชนคลองไทรพัฒนาจำนวน 8 หลังคาเรือน โดยชาวบ้านพยายามแสดงเอกสารมติคณะรัฐมนตรี และบันทึกข้อตกลงซึ่งทำร่วมกันระหว่างตัวแทนของเครือข่ายประชาชนและรัฐบาลของนางสาวยิงลักษณ์ ชินวัตร แต่เจ้าหน้าที่ทหารไม่ยอมรับ และในคืนเดียวกันนั้นเองได้มีคนเข้ามาทำลายต้นไม้ที่ชาวบ้านปลูกร่วมกันเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 255ฃ จำนวนกว่า 400 ต้น

23 สิงหาคม 2557 ชาวบ้านบ้านโนนศิลา ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ถูกประกาศให้ออกจากพื้นที่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งพืชผลการเกษตรภายใน 15 วัน

25 สิงหาคม 2557 ชาวบ้านในตำบลท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ถูกประกาศให้ออกจากพื้นที่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งพืชผลการเกษตรภายใน 30 วัน

25 สิงหาคม และวันที่ 4 กันยายน 2557 ชาวบ้านที่อาศัยและทำกินอยู่รอบๆบริเวณอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตามวันเวลาดังกล่าวได้เข้ามาตัดทำลายพืชผลของชาวบ้าน โดยที่ไม่มีการชี้แจงหรือทำความเข้าใจกับผู้ร้องและชาวบ้านแต่อย่างใด สร้างความเสียกหายและส่งผลให้ชาวบ้านรู้สึกหวาผวา ไม่กล้าไปเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลูกไว้

26 สิงหาคม 2557 ชาวบ้านบ้านบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ถูกประกาศให้ออกจากพื้นที่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งพืชผลการเกษตรภายใน 30 วัน

27 สิงหาคม 2557 มีการประชุมปรึกษาหารือการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำขุนสมุน-ขุนสะเนียน โดยนายอำเภอเมืองน่านได้ยืนยันในที่ประชุมว่าต้องเอาพื้นที่ทำกินของชาวบ้านทั้งพื้นที่ลาดชันเกิน 35 องศาและพื้นที่ต้นน้ำ และอนุญาตให้แต่ละครอบครัวมีที่ดินทำกินได้ไม่เกิน 55 ไร่เท่านั้น

4 กันยายน 2557 ผู้ร้องเรียนจากหลายตำบล ในอำเภองาว จังหวัดลำปาง ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบและถูกละเมิดสิทธิจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท โดยอ้างคำสั่ง คสช. 64/2554 โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ เข้าไปตัดทำร้ายต้นไม้ที่ประชาชนปลูกไว้ในที่ทำกินของตนเองซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว เช่นยางพารา ปาล์มน้ำมัน ฯลฯ โดยมีแผนในการยึดที่ดินทำกินของราษฎรในพื้นที่ ต.ปงเตา ต.บ้านอ้อน ต.บ้านร้อง และต.นาแก เพื่อนำไปดำเนินการตามโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

28 กันยายน 2557 ชาวบ้านบ้านเลาวู ม. 11 ต.เมือง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแดงได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับราษฎรบ้านเลาวู จำนวน 110 ครอบครัว รวมพื้นที่ 145 แปลง จำนวน 1,500 ไร่ โดยแจ้งให้ผู้กระทำผิด ทำลายหรือรื้อถอนพืชผลอาสิน และสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอุทยานแห่งชาติผาแดง

2 พฤษภาคม 2557 พื้นที่ในสถานีตำรวจภูธร สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปติดป้าย ห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามา ยึดถือ ครอบครอง ปลูกพืชผลอาสิน ผู้ฝ่าฝืนจะถูกจับกุมดำเนินคดี และ รื้อถอนพืชผลอาสินตามกฏหมาย จำนวน 10 ไร่

17 กุมภาพันธ์ 2558 ชาวบ้านลีซู ม.2 ม.3 บ้านสลเลิม ต.บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้ามาติดป้ายการดำเนินคดีกับผู้ที่ยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าว โดยไม่มีการแจ้งหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

17 กุมภาพันธ์ 2558 บ้านทับเดื่อ ต.บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่เจ้าหน้าที่อุทยานศรีลานนาได้เอาป้ายอุทยานมาติดและไม่มีการแจ้งให้เจ้าของแปลงทราบ โดยเจ้าหน้าที่อุทยานศรีล้านนาแจ้งว่า ติดป้ายเนื่องจากได้รับการร้องเรียน ข้อเท็จจริงคือในพื้นที่ดังกล่าวมีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นแปลงที่ทำกินมาแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ปี เพื่อนบ้านก็สามารถยืนยันได้ว่ามีการทำกินมา 25 ปี

10 มีนาคม 2558 ปางสา ม.17 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ชาวบ้านได้เข้าไปถางไร่หมุนเวียนเพื่อทำการเกษตร จำนวน 3 คน เวลาประมาณ 11.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าเชียงรายที่ 29 ป่าตึง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าไปจับกุม แต่ในที่สุดก็ไม่ได้ดำเนินคดี แต่ให้ชาวบ้านหยุดทำการเกษตรในพื้นที่เดิม

8 พฤษภาคม 2558 ชาวบ้านในพื้นที่บ้านน้ำปี้ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน รวม 32 คนถูกอุทยานแห่งชาติศรีน่านได้แจ้งให้ชาวบ้านกับพวกออกจากที่ดินดังกล่าว โดยอ้างตามคำสั่งของรัฐบาลเพื่อทวงคืนพื้นที่ไปปลูกป่าทดแทน

28 พฤษภาคม 2558 ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน รวม 163 คน ได้รับผลกระทบจากมตราการทวงคืนผืนป่าจากการทับซ้อนที่ดินอุทยานแห่งชาติกับที่ดินทำกินของชาวบ้าน ทำได้ได้รับผลกระทบกว่า 1,800 ไร่

เดือนกรกรฎาคม 2557 – เดือนกันยายน 2558

  • บ้านสบเมาะ ม.4 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่อ้างขอคืนพื้นที่ชาวบ้าน 6 ราย จำนวน 30 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าสงวนเพื่อนำไปปลูกป่า
  • แม่อ้อใน (หย่อมบ้านแม่คะนินและหย่อมบ้านห้วยน้ำฮาก) ม.8 ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่สนธิกำลังหลายฝ่ายได้แก่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ป่าสงวน ทหาร ฝ่ายปกครอง จำนวน 100นาย ได้เข้ามาหย่อมชุมชนแม่คะนิน ได้เรียกชาวบ้านประชุม และชี้แจ้งให้ชาวบ้านทราบว่าจะมาสำรวจพื้นที่ทำกินของชุมชน
  • บ้านแม่คองซ้าย ม.1 ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยอ้างว่ามีการบุกรุกพื้นที่ / เมื่อมีการตรวจแล้วพบว่าที่ดินที่เจ้าหน้าที่อ้างและจะยึดคืนเป็นพื้นที่ทำกินเดิมของชาวบ้าน (ไร่หมุนเวียน) ที่ได้มีการสำรวจรังวัดร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับเขตรักษาพันธุ์
  • แม่ป่าเส้า ม.2 ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยอ้างว่ามีการบุกรุกพื้นที่ / เมื่อมีการตรวจแล้วพบว่าที่ดินที่เจ้าหน้าที่อ้างและจะยึดคืนเป็นพื้นที่ทำกินเดิมของชาวบ้าน (ไร่หมุนเวียน) ที่ได้มีการสำรวจรังวัดร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับเขตรักษาพันธุ์

3.มีการจับกุมดำเนินคดี เช่น

  • 28 สิงหาคม 2557 ชาวบ้านบ้านทุ่งป่าคา ม.8 ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน วันที่ 4-6 พฤษภาคม 2557 ได้มีเจ้าหน้าที่กว่า 1,000 นาย มาพร้อมอาวุธครบมือเข้าตรวจค้นบ้านเรือนราษฎรในหมู่บ้าน โดยอ้างว่ามีเบาะแสการค้าไม้เถื่อนและมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ เป็นเหตุให้มีการยึดไม้ที่ชาวบ้านเตรียมไว้สำหรับการสร้างและต่อเติมบ้านเรือนเพื่ออยู่อาศัย 39 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2557 ภายหลังการประกาศคำสั่ง คสช. ทั้ง 2 ฉบับทำให้ชาวบ้านทั้ง 39 รายถูกฟ้องดำเนินคดี
  • ตุลาคม 2557 พื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน บ้านห้วยเลา ตำบลชนแดน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเข้ายึดคืนพื้นที่ทำกินจากอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเทิน จำนวน 185 ไร่ โดยให้ชาวบ้านเซนต์ยินยอม โดยข่มขูว่าหากไม่เซนต์จะใช้กฏหมายดำเนินการและปรับไร่ละ 150,000 บาท จึงทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวและต้องเซนต์ยินยอม
  • 30 ตุลาคม 2557 30 ต.ค. 2557 ที่ศาลจังหวัดลำปาง พนักงานอัยการจังหวัดลำปางได้ยื่นฟ้อง นายอาแม อามอ ชาวไทยภูเขากลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่โป่ง อ.งาว จ.ลำปาง ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่อุทยาน และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังกันถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท และทหาร ตัดฟันสวนยางพารา 3,200 ต้น ทุเรียน 208 ต้น และเงาะ โดยอ้างว่าบุกรุกป่าตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 64/2557 และได้ดำเนินคดีกับนายอาแม
  • 26 พฤศจิกายน 2557 เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 เชียงราย ได้เข้าจับกุมดำเนินคดีชาวบ้านที่บ้านห้วยส้านชีซู ต.ห้วยชมพู อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย โดยกล่าวหาว่า “มีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง” โดยอ้างการดำเนินการตามคำสั่งของ คสช.ที่64/2557 โดยมีการข่มขูให้รับสารภาพเพื่อให้โทษหนักกลายเป็นโทษเบา 3
  • 7 พฤษภาคม 2558 ชาวบ้านใน 2 พื้นที่คือชุมชนบ้านลำขนุนหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 8 ตำบลนาชุมเห็ด อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง และชุมชนดินแดงน้อย หมู่ที่ 6 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ได้รับความเดือดร้อนจากการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยได้เข้ายึดพื้นที่ทำกิน พร้อมทั้งทำลายรื้อทรัพย์สินซึ่งเป็นบ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตร โดยชาวบ้านบางรายยังถูกหน่วยงานของรัฐฟ้องร้องค่าเสียหายทางแพ่งต่อศาลในความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 (คดีโลกร้อน)
  • 10 พฤษภาคม 2558 ชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู ได้รับความเดือนร้อนจากการสนธิกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแดง อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เจ้าหน้าที่ป่าไม้เชียงใหม่ 9 เจ้าหน้าที่ทหารแสนไท จำนวนกว่า 30 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ได้เข้ารื้อถอนบ้านของชาวบ้าน โดยอ้างว่ามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตในการได้ชี้แจ้งข้อเท็จจริง โดยมีนัดหมายให้ไปขึ้นศาลในวันที่ 15 มิถุนายน 2558

แม้ว่าคำสั่ง คสช. ที่ 64 และ 66/2557 ได้ถูกยกเลิกแล้ว แต่การปฏิบัติการต่าง ๆ ตามคำสั่งให้ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ตามข้อ 8ของคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2562ฉะนั้นปฏิบัติการทวงคืนผืนป่ายังคงดำเนินการต่อไปตามแผนแม่บทป่าไม้ที่เป็นความร่วมมือของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ กอ.รมน. แผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า เกิดขึ้นภายใต้พื้นฐานแนวคิดการจัดการทรัพยากรแบบอำนาจนิยม และการปฏิบัติการที่มีความผิดพลาดบกพร่อง กระทั่งนำมาสู่การสูญเสียอิสรภาพของประชาชน ในขณะเดียวกัน กระบวนการแก้ไขปัญหา และการตัดสินใจทางนโยบายที่ล่าช้า ไม่ทันการณ์ และการจงใจใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการจัดการ

ที่มา

  • รายงานผลการตรวจสอบการละเมิเสิทธิมนุษยชนและรายงานผลการพิจารณาคำร้องเพื่อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฏหมาย
  • แผนแม่บท แก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดย กองอำนวยการการรัษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2557