ชาวบ้านสระแก้ว ยื่นหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฏรเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม 2563 ชาวบ้านจากพื้นที ตำบลป่าไร่ อำเภอ อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว มายื่นหนังสือ ต่อกรรมมาธิการ ความมั่นคง และกิจการชายแดน และกรรมาธิการ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้มีประธานกรรมาธิการ พลโทพงศกร รอดชมพู และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลงมารับหนังสือข้อเรียกร้องของชาวบ้านและ แถลงข่าว โดยมีเนื้อหาดังนี้

.
ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เป็นหนึ่งในสี่ตำบลที่ประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้ว ตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ครั้งที่ 1/2558 วันที่ 19 มกราคม 2558 ต่อมาหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 17/2558 วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 เรื่อง การจัดหาที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ กำหนดให้ที่ดินบางส่วนในท้องที่ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ มีการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2507) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ตลอดจนถอนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน รวมเนื้อที่ตามแผนที่แนบท้ายคำสั่ง ประมาณ ๑,๗๒๖ ไร่ รังวัดแล้วเหลือพื้นที่ ๑,๑๙๔ ไร่ ในนั้นเป็นที่ดินสำหรับตั้งนิคมอุตสาหกรรมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเนื้อที่ ๖๖๐.๕ ไร่
ในขณะที่รัฐบาลจัดหาที่ดินสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ประชาชนในตำบลป่าไร่กลับไม่มีความไม่คงในที่ดินทำกินและอยู่อาศัย เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลเป็นที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งนี้ ตำบลป่าไร่ มีเนื้อที่ประมาณ 65,172 ไร่ จำแนก (โดยประมาณ) เป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 26,518 ไร่ (40.70 %) ที่ปฏิรูปที่ดิน 16,859 ไร่ (25.87%) ที่ป่าไม้ถาวร 6,525 ไร่ (10.01 %) ที่ราชพัสดุ 2,464 ไร่ (3.78%) และที่มีเอกสารสิทธิ์เพียง 12,793 ไร่ (19.63%)ที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในเขตท้องที่ตำบลป่าไร่ทั้งหมดที่ยังคงเหลือในปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่ได้มีการขอใช้โดยส่วนราชการ ได้แก่ กรมประชาสงเคราะห์ และกองทัพบก ในขณะที่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่มิได้มีส่วนราชการขอใช้ กรมป่าไม้ได้ส่งมอบพื้นที่ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และได้มีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ดังกล่าว ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินทั้งหมดแล้ว กรมประชาสงเคราะห์ ได้ขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าเขาฉกรรจ์ฝั่งเหนือ) ในท้องที่ ตำบลป่าไร่ (ตำบลท่าข้ามเดิม) อำเภออรัญประเทศ (หมู่ที่ 2) เพื่อประโยชน์ในการจัดสรรที่ดินเพื่ออพยพราษฎร อำเภออรัญประเทศที่ลี้ภัยเขมรแดง จำนวน 150 ครอบครัว เข้าทำกินและอยู่อาศัย เนื้อที่ 7,500 ไร่ จนกว่าจะหมดความจำเป็น กองทัพบก ได้ขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าเขาฉกรรจ์ฝั่งเหนือ) ในท้องที่ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ เพื่อประโยชน์ในการ จัดตั้งหมู่บ้านป้องกันตนเองเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน บ้านป่าไร่ใหม่ (หมู่ที่ 8) โดยการจัดสรรที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้ราษฎรเข้าทำกินและอยู่อาศัย เนื้อที่ 9,330 ไร่ จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 กองทัพบก ได้ขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าเขาฉกรรจ์ฝั่งเหนือ) ในท้องที่ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ เพื่อประโยชน์ในการจัดตั้งหมู่บ้านป้องกันตนเองเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน บ้านใหม่ดีงาม (หมู่ที่ 9) โดยการจัดสรรที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้ราษฎรเข้าทำกินและอยู่อาศัย เนื้อที่ประมาณ 8,050 ไร่ จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2562
ขณะนี้ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าเขาฉกรรจ์ฝั่งเหนือ) ท้องที่ตำบลป่าไร่ ในส่วนที่กองทัพบกขอใช้ ได้ครบกำหนดที่ทางกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่แล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพบกยังคงมีความประสงค์ที่จะขอใช้พื้นที่ดังกล่าวต่อไป เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน ในการนี้กองทัพบก โดยกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ได้มีการนัดประชาคมราษฎร เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2562เพื่อขอใช้พื้นที่ ตามนัยระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2548 ข้อ 8 (5) ซึ่งราษฎรในพื้นที่ได้มีมติเอกฉันท์ไม่เห็นชอบให้กองทัพบกขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่อีกต่อไป เนื่องจากหากกรมป่าไม้อนุญาตให้กองทัพบกใช้พื้นที่ดังกล่าว นั้น พื้นที่ดังกล่าวก็ยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งไม่อาจที่จะดำเนินการปฏิรูปที่ดินหรือดำเนินการใดๆ ในการออกเอกสารสิทธิ์ได้ ส่งผลให้ราษฎรในท้องที่ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ต้องประสบกับปัญหา และขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธินานาประการ ประกอบด้วย

1. ขาดโอกาสในการเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น การสนับสนุนการขุดสระน้ำในไร่นา การขุดบ่อบาดาลเพื่อการเกษตร การประกันภัยพืชผล การช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติด้านการเกษตร และการได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
2. ขาดโอกาสในการได้รับกำหนดเขต ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือการได้รับเอกสารสิทธิ์ ซึ่งจะทำให้ราษฎรมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากยิ่งขึ้น
3. ขาดโอกาสในการลงทุนด้วยเงินทุนของตนเอง ในการพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเกษตร โดยเฉพาะการขุดสระน้ำในพื้นที่ หรือการก่อสร้างโรงเรือนที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร
4. ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ หรือ เอกสาร สปก 4-01
สภาเกษตรกรจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเกษตรกรในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับเกษตรกรรม ได้รับการร้องเรียนจากนายชาตรี เขียนโพธิ์ สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสระแก้ว อำเภออรัญประเทศ เรื่อง ราษฎรขอคัดค้านการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าเขาฉกรรจ์ฝั่งเหนือ) ของกองทัพบก เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน ในท้องที่ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ ทั้งนี้ เพื่อให้ที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวมีโอกาสที่จะได้รับการปฏิรูป ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 หรือในบางพื้นที่อาจมีโอกาสได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งจะเป็นการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม และการรักษาสิทธิของเกษตรกรอย่างแท้จริง ตามเจตนารมณ์ในพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ในการนี้ จึงใคร่ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาระงับการอนุญาตให้กองทัพบกขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าเขาฉกรรจ์ฝั่งเหนือ) ในท้องที่ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน
สภาเกษตรกรจังหวัดสระแก้ว จึงร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ เพื่อโปรดพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในสิทธิที่ดินของประชาชนในตำบลป่าไร่ และชุมชนต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งประสบปัญหาความไม่มั่นคงในสิทธิที่ดินมายาวนาน แต่นักลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษกลับมีสิทธิในการเข้าใช้ที่ดินได้จากคำสั่ง คสช. ดังกล่าว ดังนั้น ทางสภาเกษตรกรจังหวัดสระแก้วจึงขอให้ทางคณะกรรมธิการการที่ดิน นำเรื่องร้องเรียนเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

Related Posts