แถลงข่าว”จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ : สามทศวรรษของการถูกขับจากที่ดินทำกินในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง”

วันที่ 16 ธันวาคม 2562 เครือข่ายภาคประชาชนจับตาเขตเศรษฐกิจภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จัดงานประชุม
แถลงข่าว”จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ
: สามทศวรรษของการถูกขับจากที่ดินทำกินในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง”
.
เพื่อรายงานถึงสถานการณ์ ข้อมูล รวมถึงปัญหา ของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
.
และ LandWatchThai เป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานนี้ให้เกิดขึ้น จึงขอนำเสนอข้อมูลสรุปสาระสำคัญของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษลุ่มน้ำโขงที่กำลังเกิดขึ้น

1. การแปลงสถานะที่ดิน: จากที่ดินเพื่อการเกษตร เศรษฐกิจการเกษตร ที่ดินป่าไม้ ให้เป็นพื้นที่เพื่อการอุตสาหกรรม ปัญหาสำคัญที่พบร่วมกัน คือ เป็นการแปลงพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อไปใช้งานในเชิงพาณิชย์
2. ในประเทศลาว กัมพูชา และพม่า ชุมชนที่อยู่ในชนบทเผชิญกับปัญหาความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ในเรื่องความสัมพันธ์ของชุมชนกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและธรรมาภิบาลเรื่องที่ดิน จากการใช้เพื่อยังชีพและดำรงชีวิตตามขนบธรรมเนียม ไปสู่การใช้ที่ดินเพื่อการผลิตที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก
3. การเปลี่ยนแปลงที่ดินเพื่อเศรษฐกิจนั้น เป็นทางเลือกของหลายรัฐบาล แต่กลับถูกหลงลืมไปว่า ที่ดินเหล่านั้น เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับชาวบ้านในท้องถิ่นอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงที่ดินนั้นทำให้ที่ดินเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำหรับนักลงทุนจากต่างชาติ แต่สิ่งที่ชาวบ้านในท้องถิ่นต้องสูญเสียไปนั้นคือ เศรษฐกิจของชุมชน แหล่งอาหาร และวัตถุดิบในการดำรงชีวิต
4.พิสูจน์แล้วว่า SEZ ไม่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศและการใช้ที่ดิน ไม่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นของ SEZ นั้น อยู่ในมือผู้ลงทุนขนาดใหญ่ ไม่ใช่ชุมชนท้องถิ่น

5.เกิดการขับไล่คนท้องถิ่นและจัดหาที่ดินอื่นทดแทน สิทธิของคนท้องถิ่นในเรื่องที่ดินไม่เป็นที่ยอมรับโดยรัฐ วิถีชีวิตของพวกเขาไม่ถือว่ามีความสำคัญ ความสนใจของนักลงทุนขนาดใหญ่มีความสำคัญมากกว่าความสำคัญของคนท้องถิ่น
6.ค่าตอบแทนนั้นไม่มีความยุติธรรมและถูกคิดคำนวณอย่างไม่โปร่งใส จำนวนค่าตอบแทนที่ให้กับผู้ได้รับผลกระทบนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไม่มีเหตุผล เงินที่ได้รับนั้นไม่เพียงพอสำหรับชาวบ้านที่สูญเสียวิถีชีวิต สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่
7.สัญญาการจ้างงานนั้นไม่ถูกต้อง หรือไม่เหมือนที่ตกลงกันไว้ ในความเป็นจริงแล้ว ผู้คนจำนวนน้อยที่ได้รับการว่าจ้าง เงื่อนไขในการจ้างงานนั้นไม่เป็นธรรม และมีอัตราค่าจ้างต่ำ คนท้องถิ่นที่ถูกประเมินว่าไม่มีทักษะหรือมีทักษะน้อย และได้รับงานที่ค่าจ้างน้อยลงมา นักลงทุนต่างชาติยังได้นำแรงงานของประเทศตนเองเข้ามาในโครงการ SEZ (Special Economic Zone) และการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้อง
8.ยิ่งเกิดการขยายการถือครองที่ดินและการขยายพื้นที่การลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ชุมชนท้องถิ่นมีอำนาจในการต่อรอง ความยุติธรรมและการได้รับการชดเชยเยียวยาที่ลดลงไปเรื่อยๆ
9.สัญญาเช่าที่ดินระยะยาวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินจนไม่อาจฟื้นฟูได้ ยากเกินกว่าที่จะเรียกคืนที่ดินกลับคืนมาเพื่อใช้ในการเกษตรและการดำรงชีวิตประจำวัน ที่ดินเข้าไปอยู่ในระบบตลาด และธรรมาภิบาลเรื่องที่ดินได้ถูกกลืนกินเข้าไปในระบบตลาดการค้าที่ดินแล้ว

10.ที่ดินถูกทำให้เป็นสินค้าและมีการกำกับดูแล ติดตาม เพื่อวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจ โดยอ้างอิงราคาตามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
11.การลงทุนในที่ดินและโครงการขนาดใหญ่ ผลักดันให้ราคาที่ดินมีราคาสูงขึ้น ทำให้เกิดตลาดในการซื้อขายที่ดินเป็นสินค้าในหลายพื้นที่ เป็นการเร่งให้เกิดการเก็งกำไรในที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้น ที่ดินกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงไม่ได้ในเชิงเศรษฐกิจสำหรับประชาชนในท้องถิ่น คนงาน และประชากรที่มีรายได้ต่ำ
12.หนี้สินของคนในท้องถิ่นเพิ่มสูงขึ้น และการหลุดพ้นจากกับดักหนี้สินเหล่านี้ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากพวกเขาได้สูญเสียที่ดินและที่อยู่อาศัย หนี้สินเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หลายคนตัดสินใจขายที่ดินแม้กระทั่งที่ดินที่สุดท้ายที่มีอยู่ในมือ

ที่มาภาพ the standard.

13.รัฐใช้หลักการของการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนในการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเวนคืนที่ดินได้ทำลายสิทธิของคนท้องถิ่นในการดำรงชีวิต และปราศจากการมีส่วนร่วม
14.ชาวบ้านในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการปรึกษาหารือน้อย หรือแทบไม่มีเลย เกี่ยวกับโครงการเกี่ยวกับที่ดิน หรือการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน
15.ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดิน การเวนคืนที่ดิน การเปลี่ยนแปลงประเภทของที่ดิน การย้ายถิ่น การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ รวมไปถึงการสูญเสียอัตลักษณ์ของตนเอง กำลังเพิ่มขึ้น
16.ความไม่ปลอดภัย ที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้คนที่มาจากที่อื่น มักสร้างปัญหาสังคม เช่น งานบริการทางเพศ การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และการฆาตกรรม

17.เกิดการคอร์รัปชันขึ้นในหลายระดับ ซ่อนอยู่ภายใต้การลงทุนและธรรมาภิบาลเรื่องที่ดิน
18.ไม่มีการศึกษาการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESIAs หรือ Environmental & Social Impact Assessments) อย่างจริงจังกับกลุ่มคนท้องถิ่นที่อยู่โดยรอบโครงการ และการประเมินผลเหล่านี้ ก็ไม่ได้ถูกรวมเข้าไปกับต้นทุนของโครงการ หากเป็นเช่นนั้นแล้วใครจะเป็นคนจ่ายค่าความเสียหายจากผลกระทบเหล่านี้?
19.กฎหมายการกำกับการลงทุนที่เป็นมิตรกับนักลงทุนนั้น ได้ลิดรอนสิทธิของชุมชนในการเข้าถึงความยุติธรรม และลิดรอนการเข้าถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน
20.ปัญหาที่ร้ายแรง ณ เวลานี้ คือ ความรับผิดชอบทางกฎหมาย ความยุติธรรม และการเยียวยา
21.ในที่สุดความไม่สมดุลของอำนาจในการจัดการดูแล ซึ่งไม่ได้ถูกบังคับใช้ตามกฎหมาย จะเป็นตัวอธิบายถึงความล้มเหลวของธรรมาภิบาลเรื่องที่ดิน
22.มาตรการทางนโยบายและกฎหมาย ที่คล้ายคลึงกันในการซื้อที่ดินในประเทศลุ่มน้ำโขง ตัวอย่าง เช่น ในประเทศพม่ารัฐบาลได้ตรากฎหมายชื่อ Vacant, Fallow, and Virgin Land Management (VFV) ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถใช้ที่ดินทั้งหมดที่ไม่ได้จดทะเบียน และในประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC Act) ที่อนุญาตให้นักลงทุนสามารถดำเนินการโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ในประเทศลาวกัมพูชาและเวียดนามก็มีการตรากฏหมายในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ในการวางแผนโครงการเหล่านั้น ยังไม่มีการคำนึงถึงความขัดแย้งในพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (สภาวะโลกร้อน) เลย

Related Posts