ชาวบ้านคัดค้านการส่งมอบสัมปทานที่ดินในลาว ระยะเวลา 50 ปี ให้แก่นักลงทุนไทย

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใน 7 หมู่บ้าน ในแขวงหลวงน้ำทา คัดค้านการให้สัมปทานที่ดิน จำนวน 43,750 ไร่ ให้กับบริษัทไทย ที่อาจจะบังคับให้พวกเขาต้องโยกย้ายออกไป
ชาวบ้านในแขวงหลวงน้ำทากังวลว่า พื้นที่ที่ถูกเสนอเป็นเขตอุตสาหกรรม ที่จะพัฒนาโดยบริษัทในประเทศไทย (อมตะ คอร์ปอเรชัน) อาจสร้างความเสียหายกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่อย่างไม่อาจฟื้นฟูกลับมาได้
ที่ดินของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สัมปทาน ในเมืองหลวงน้ำทาของแขวงหลวงน้ำทา ยืนยันกับวิทยุเอเชียเสรี (RFA) ลาว ซึ่งรายงานว่า พื้นที่สัมปทานนี้จะครอบคลุมหมู่บ้านห้วยดำ ห้วยฮอม น้ำแดงเหนือ น้ำแดงใต้ และหมู่บ้านอื่นอีกสามหมู่บ้าน
.
แหล่งข่าวกล่าวว่า “ชาวบ้านในพื้นที่คัดค้านโครงการนี้ แต่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะรัฐบาลลาวได้บอกพวกเขาว่า ห้ามไม่ให้ต่อต้านโครงการ”
ผู้ที่อยู่ในพื้นที่กล่าวว่า โครงการนี้ได้ผ่านขั้นตอนการสำรวจ และค่าชดเชยได้ถูกเตรียมพร้อมไว้แล้วสำหรับชาวบ้าน
“แต่จนถึงตอนนี้ บริษัทอมตะ ยังไม่ได้มีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับค่าชดเชยที่ชัดเจนให้กับชาวบ้าน” หนึ่งในผู้ที่อยู่ในพื้นที่กล่าว เขาได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หน่วยงานอาจมีการข่มขู่ใครก็ตามที่คัดค้านโครงการ
.
ข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าชดเชย สำหรับประชาชนที่ถูกขับออกจากที่ดินโดยทุนอุตสาหกรรมต่างประเทศ และโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในลาวนั้น ได้สร้างแรงเสียดทานอย่างใหญ่หลวง รัฐบาลคอมมิวนิสต์ที่บริหารโดยพรรคเดียวนี้ มีการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส และได้ควบคุมสื่อไว้อย่างเข้มงวด
“อมตะ คอร์เปอร์เรชั่น” บริษัทไทยที่ก่อตั้งมา 25 ปีนี้ มีความเชี่ยวชาญในการตั้งนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีแผนที่จะศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างในสองพื้นที่คือ เมืองหลวงน้ำทา ในแขวงหลวงน้ำทา และ บ้านนาทวย ใกล้กับพรมแดน ลาว-จีน
เจ้าหน้าที่รัฐในอำเภอหลวงน้ำทา ได้กล่าวกับ RFA เมื่อวันที่ 27 กันยายนว่า ยังไม่มีรายละเอียดอย่างเป็นรูปธรรมใดๆ เกี่ยวกับโครงการนี้
.
“พวกเขา (บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน) ได้วางขอบเขตจุดที่คิดว่าจะเป็นเป้าหมายในการสัมปทานที่ดินไว้ แต่ถ้าชาวบ้านไม่เห็นด้วย โครงการนี้ก็ไม่สามารถดำเนินการได้” เจ้าหน้าที่รัฐกล่าว
บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน ยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดของโครงการกับหน่วยงานระดับแขวง รวมถึงประเมินจำนวนครอบครัวที่อาจต้องโยกย้าย เพราะยังอยู่ในขั้นตอนรอรัฐบาลลาวตรวจสอบคำร้องที่ส่งมาเมื่อเดือนกันยายนเพื่ออนุมัติโครงการ
.
คำร้องที่กล่าวถึงนี้ ประกอบด้วย ผลการศึกษาความเป็นไปได้ใน 18 เดือน และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Impact Assessment – EIA)
ผู้อยู่ในพื้นที่และเจ้าหน้าที่รัฐระดับท้องถิ่นได้เข้าพบบริษัท เพื่อร้องขอให้มีการชี้แจงอย่างชัดเจนเกี่ยวกับแผนงานการชดเชยให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
เจ้าหน้าที่รัฐแผนกแผนการและการลงทุนระดับแขวงที่ของหลวงน้ำทา ได้กล่าวกับ RFA ว่า “ชาวบ้านนั้นหาเลี้ยงชีพจากธรรมชาติ และพวกเขากลัวที่จะสูญเสียบ้านของตัวเองไป บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน ต้องอธิบายชัดเจนถึงวิธีการลดผลกระทบในด้านลบ ที่มีผลต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา และมีเหตุผลเพียงพอ”
ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อีกคนหนึ่งในเมือง ได้บอกว่า การสัมปทานนั้นจะไม่ได้รับการยินยอมจากชาวบ้าน
“ชาวบ้านส่วนใหญ่นั้น ไม่ต้องการให้มีเขตอุตสาหกรรม สร้างอยู่เหนือหมู่บ้านและนาข้าวของตน” ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่คนดังกล่าว
.
“พวกเขายังกังวลด้วยว่า ในท้ายที่สุด หากต้องมีการจ่ายค่าชดเชยที่ดินนั้น ชาวบ้านอาจได้ราคาน้อยกว่ามูลค่าในตลาด” ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ข้างต้นกล่าวเพิ่มเติม
.
บริษัทตอบกลับ
.
วรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล ผู้จัดการอาวุโสส่วนโครงสร้างพื้นฐานได้กล่าวกับ RFA ในวันที่ 27 กันยายน ว่า การตัดสินใจเรื่องการสัมปทานนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลลาว
“การศึกษาได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีการย้ายไปไหน เรากำลังเตรียมสัญญาสัมปทาน และจะส่งคำขอไปยังรัฐบาลลาวในเดือนกันยายน ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับพวกเขาว่าจะจัดการอย่างไร” วรงค์ กล่าว
.
“ที่ชาวบ้านไม่ยินยอมให้เกิดโครงการนี้ในตอนแรก เพราะพวกเขาไม่เข้าใจว่าอมตะกำลังจะลงทุนในเรื่องอะไร แต่ในตอนนี้ ชาวบ้านทั้งหมดยินยอมแล้ว” วรงค์ กล่าวเพิ่มเติม
วรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล อธิบายว่า การที่แขวงหลวงน้ำทาถูกเลือกเป็นพื้นที่โครงการของอมตะ เพราะบริษัทต้องการที่ดินที่มีเนื้อที่ขนาดใหญ่ เขากล่าวเพิ่มว่า เมื่อทางรถไฟ ลาว-จีน ที่กำลังก่อสร้างนั้นแล้วเสร็จ พื้นที่นี้จะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีน
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ได้ลงทุนเป็นเงินจำนวนหนึ่งพันล้านบาท และได้รับสัมปทานเป็นจำนวน 50 ปี
.
แหล่งที่มา
.
ภาพ : การก่อสร้างทางรถไฟ ลาว-จีน ดำเนินการในเมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา ประเทศลาว
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562
Reported by RFA’s Lao Service and translated by Ounkeo Souksavanh. Written in English by Eugene Whong. Translated in Thai by Land Watch Thai
https://www.rfa.org/english/news/laos/laos-thailand-concession-10012019165645.html

Related Posts