เพื่อไทย-อนาคตใหม่-ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์-พปชร. ร่วมถกข้อเสนอ P-move

วันที่ 23 เมษายน 2562 ณ ห้องประชุม ดร.สมศักดิ์ และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ชั้น 2 อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กรุงเทพมหานคร ได้จัดเวที “สัมมนาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมกับการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายนำเสนอต่อพรรคการเมือง” โดยมี ตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้แก่ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย คุณชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ คุณศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย พรรคอนาคตใหม่ คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ คุณศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิไจไทย

โดยมีเนื้อหาข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ประเด็นนำเสนอต่อพรรคการเมือง ดูรายละเอียดข้อเสนอได้ที่ http://landwatchthai.org/2941?fbclid=IwAR382YWsMQwF2V3Ewbku_IJ__GI8XuK1bAk6G4n5QLtYrHWFKbiSA1LyX9I

หลังจากที่ตัวแทน P-Move ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย พรรคการเมืองต่างๆที่เข้าร่วมเวที ได้ร่วมอภิปรายโดยมีเนื้อหาสรุปดังต่อไปนี้

ประเด็น สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย

พรรคอนาคตใหม่ มีหลายข้อเสนอและสอดคล้องกับนโยบายพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะการเดินหน้าการเป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มใบ การยกเลิกประกาศคำสั่งคสช. โดยทำงานร่วมกับ ilaw โดยพรรคอนาคตใหม่เปิดพื้นที่ให้ทำอย่างเต็มที่ ต้องสะสาง มรดกบาปของ คสช. 100 กว่าฉบับ และที่ละเมิดสิทธิ อีก 35 ฉบับ พยายามผลักดันอย่างเต็มที่ แต่ในส่วนที่แปรสภาพเป็นพรบ. เช่น พรบ.ชุมนุมสาธารณะ รวมไปถึงการเรียกร้องต่างๆควรเป็นไปอย่างสิทธิพื้นฐาน แต่ทางพรรคยืนยันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมาตรา 279 และบทเฉพาะกาล เพื่อเปิดทางให้เกิดประชามติ เพื่อรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจากประชาชน ข้อที่ 6 เป็นข้อที่น่าสนใจ เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรจะได้รับ ควรเป็นมาตรฐาน ที่รัฐบาลสามารถทำได้ เหมือนกับหน่วยงานเอกชนอื่นๆ โดยที่ประชาชนไม่ต้องเป็นคนติดตามเองตลอดเวลา ผ่านช่องทางออนไลน์

คุณศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย

พรรคประชาธิปัตย์ ข้อเสนอของ P-Move เป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นเวทีที่สำคัญ เพราะตัวแทนพรรคการเมืองเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภา ควรจะคำนึงให้จริงจัง เพราะต้องมีโอกาสในการปฎิบัติแน่นอน มองปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาใหญ่ แต่เรื่องของทางฝั่งทางการเมืองกับเป็นเรื่องใหญ่ ให้หลังจากนี้มองเรื่องเรื่องความเหลื่อมล้ำเป็นเรื่องใหญ่อีกครั้ง เรื่องสิทธิ เสรีภาพ ทางฝั่งการเมืองควรโฟกัสเรื่องสิทธิ เสรีภาพ ของภาคประชาชน เป็นสำคัญ และชาวบ้านควรสามารถทำได้ ต้องทบทวนกฎหมายชุมนุมสาธารณะ เรื่องรับเรื่องราวร้องทุกข์ ต้องเปิดประตูทำเนียบให้ประชาชนสามารถเข้ามาร้องเรียนได้ เพื่อให้ 1111 เป็นเหมือนเลขาในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

พรรคภูมิใจไทย จากปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากอดีต จนถึงปัจจุบัน ยังคงถูกจับกุมอยู่เสมอ เพราะเรายังก้าวไม่ข้ามการแสวงหาอำนาจ ทุกวันนี้ยังมีช่องให้มีการยึดอำนาจเสมอ เราจะมีรัฐบาลที่อ้าแขนรับประชาชน ได้จริงหรือเปล่า สิ่งที่จะแสดงชัดเจนที่สุด คือภาคประชาชน ต้องแสดงตัวอย่างชัดเจน เสนอชื่อเข้ากฎหมาย และเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย พร้อมรับใช้ประชาชน อย่างแท้จริง ถ้าพรรคการเมืองอื่นๆจะเอายังไง พรรคภูมิใจไทยก็คงเอาด้วย

พรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองที่ประสบปัญหา เรื่องสิทธิเสรีภาพ เป็นอย่างมาก ทั้งการยุบพรรค และการดำเนินคดีต่างๆ ซึ่งสิ่งที่เสนอขึ้นมา มีความคล้ายกับนโยบายพรรค อยู่แล้ว มีการรัฐประหารมาแล้ว กว่าสิบกว่าครั้ง ซึ่งถ้าถามว่า ทางพรรคได้ศึกษาเรื่องประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของประชาชน เป็นเรื่องสิทธิที่สำคัย การยกเลิก คสช คือสิ่งแรกที่พรรคเพื่อไทยจะทำ การปรับปรุง พรบ ว่าด้วยการชุมนุม ทางพรรคเพื่อไทย มองว่าการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ เป็นสิ่งที่ควรพึงทำได้ และผิดหลักเกณฑ์ เพราะทุกคนมีสิทธิชุมนุม และเชื่อมันว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่ากัน พรบ ความมั่นคงทางไซเบอร์ จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถค้นได้เลยโดยไม่มีหมายศาล เป็นเรื่องที่ประหลาดใจ เพราะเป็นการละเมิดสิทธิ อย่างชัดเจน เพราะเรื่องในคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องสิทธิของเรา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ เราชัดเจนเรื่องนี้ อะไรก็ตามที่สิดลอนสิทธิเราไม่เอา เรื่องของการร้องทุกข์ เป็นสิ่งที่ดีมาก เราเสนอเรื่อง E government อยากให้เกิดการร้องทุกข์ สามารถทำผ่านอินเทอร์เน็ตได้ สามารถตรวจสอบได้ ว่าสิ่งที่เราข้อ ต้องทวงถามได้ และทางพรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับข้อเสนอ

พรรคพลังประชารัฐ
หากพูดถึงภาคประชาชน ก็หมดความหวัง หลังจากรัฐประหาร ก็เท่าที่เห็น เท่าที่ทำได้ สส ที่เข้าไปพร้อมที่จะประสานงานอย่างแน่นอน และต้องรัฐบาลให้ได้ จะเป็นฝ่ายไหนก็แล้วแต่ และพร้อมทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอยู่แล้ว โจทย์หลายโจทย์ เป็นปัญหาของชาวบ้าน เรื่องข้อเสนอ เป็นเรื่องของปัญหาของภาคประชาชน ซึ่งเรื่องของการทำตามสิทธิ ไปละเมิดสิทธิหรือไม่ เป้าคือตอนนี้ที่เราต้องช่วยกัน อดีตที่ผ่านมา นายกตู่ ทำตามคณะกรรมการ แต่ต่อไปนี้จะทำตามที่สภาว่าเอาไว้

ประเด็นการกระจายอำนาจและกระบวนการยุติธรรม

พรรคเพื่อไทย การกระจายอำนาจเป็นสิ่งที่ต้องทำ ณ ปัจจุบัน การกระจายอำนาจทำได้หล่ยอย่าง ทั้งทางด้านเทคโนโลยี สามารถให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ สามารถใช้ ซุปเปอร์อินเทอร์เน็ตได้ฟรี เพราะโลกใบนี้ข้อมูลอยู่บนอินเทอร์เน็ต การเลือกตั้งผู้ว่า เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องการผลักดัน ใน กทม อยากให้มีการเลือกตั้งแม้กระทั่ง ผอ. เขต อย่างน้อยที่สุด ต้องมีการถ่ายเทอำนาจเอง จากส่วนกลาง ให้ไปถึง อปท ต่างๆ กองทุนยุติธรรม ต้องเข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิม การเข้าถึงเอกสารทางราชการ ก็เป็นเรื่องที่ยาก เพราะดุลยพินิจแบบข้าราชการ ทำให้เป็นปัญหากับภาคประชาชน ไม่ว่ารัฐบาล พรรคเพื่อไทย จะเป็นฝ่ายไหน เราพร้อมเสมอ จะเคียงคู่ประชาชน

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย

พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่ทำเรื่องการกระจายอำนาจมาก่อนแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ ข้อเสนอเชิงนโยบาย คือเรื่องเมืองมหานคร จะมีการเลือกตั้งผู้ว่า โดยการถามคนในจังหวัด ได้ ข้อแสนอคือ การเป็นมหานคร โดยเริ่มต้นจากจังหวัดที่พร้อม แล้วมีการเลือกตั้งผ่านกฎหมายกลาง และถามความคิดเห็น เลือกผู้ว่า การจัดการงบประมาณของแต่ละจังหวัดมหานคร โดยทางจังหวัดเป็นผู้จัดการ ยกเลิกภูมิภาค ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่ง ของนโยบายของพรรคแล้ว ซึ่งถ้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล ขอดูแลเรื่อง การกระจายอำนาจ ปากท้องชาวบ้าน และเรื่องของทรัพยากร ที่ดิน ถึงจะยอมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่เราคิดกันไว้แล้ว มี 9 จังหวัด อำนาจการปกครองท้องถิ่น เราต้องแก้ไขเรื่องพันธกิจ แต่ต้องแก้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน จะสามารถกดกูแลแก้ไขปัญหาได้ เราจึงต้องเน้นการแก้ไขปัญหาเรื่องกระบวนการยุติธรรม เราต้องมามองว่า เราต้องทำให้มันไม่เป็นคดี มากกว่าจะตามแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการจัดการทรัพยากร ทั้งเรื่องโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน คนจนเมือง และเรื่องต่างๆ เราต้องมามองจุดนี้คือการเป็นคดี ต้องมองให้มันไม่เป็นคดี และหากเป็นคดีแล้ว จะทำอย่างไร ให้สามารถมีช่องทางในการแก้ไขปัญหาได้ กองทุนยุติธรรมในปัจจุบัน ต้องให้การเข้าถึงสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่านี้ ซึ่งทางพรรคเน้นย้ำเรื่องการแก้ไขปัญหา ปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ ก่อนเป็นอันดับแรก

พรรคภูมิใจไทย วันนี้ต้องมาตั้งคำถามว่า เราตั้ง อบต. มาประเทศไทยได้ประโยชน์อะไร หรือเราต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ องค์กรเหล่านั้นอีกหรือเปล่า เพราะปัจจุบัน คดีที่ทุจริต เป็นคดีของท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่จะกระจายอำนาจ เราควรมาตั้งหลักถึงความเหมาะสม เราควรมาตั้งคำถามว่าเราจะกระจายอำนาจอย่างไร และมองว่าส่วนกลางคงไม่ยอมให้มีการกระจายอำนาจ ประสิทธิภาพขิงการกระจายอำนาจจะเกิดผลจริงได้หรือไม่ เราควรมองสเกลขนาดใหญ่ระดับจังหวัด เลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในทำนอง เดียวกับ พัทยา หรือ กทม. เพราะหลายจังหวัดสร้างรายได้ ได้มาก แต่ได้กลับมาน้อย เราจึงต้องมาคิดว่า การกระจายอำนาจ ควรทำอย่างไร อย่างเช่น ภูเก็ต ควรให้มีการจัดการอย่างนั้นหรือไม่ อปท. ควรมีหน้าที่ทำอย่างไร เพราะหลายที่ไม่มีพื้นที่ให้พัฒนา เราควรมาทบทวนส่วนนี้ ภูมิใจไทย เสนอให้รัฐบาล ทำเป็นบุรีรัมย์โมเดล มาดูกันว่าจังหวัดไหนมีความพร้อม จึงเข้าสู่กระบวนการพัฒนาเฉพาะแต่ละจังหวัด แตกต่างกันออกไป ตามความสามารถแต่ละจังหวัด และในจังหวัดเมืองรอง หลายจังหวัดก็สามารถทำอย่างนี้ได้แล้ว
การปฏิรูปยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม จากอดีตถึงปัจจุบัน มีความแตกต่างมากมาย แต่ความเหลื่อมล้ำในปัจจุบันยังมี คุกยังมีไว้ขังคนจน ความยุติธรรมยังเป็นเรื่องฉาบโฉย เพราะเราต้องยอมรับในคำตัดสิน เรื่องบางเรื่องประเทศไทยควรเกิดการเดินหน้าต่อ กระบวนการไกล่เกลี่ยควรมีในกระบวนการยุติธรรม ต้องเริ่มจากการปฎิรูปสังคม ทำให้ความยุติธรรมไม่ต้องพึ่งศาลก็ได้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความยุติธรรม และต้องเป็นเรื่องที่ผลักดันให้ถึงที่สุด

พรรคพลังประชารัฐ การกระจายอำนาจ ในนามชุมชน ชุมชนเองสามารถทำได้หลายอย่างและหลายด้าน ชุมชนสามารถจัดการตนเองได้ เพราะชุมชนเองสามารถมีกี่เรื่องที่ทำไม่ได้ เช่น กองทัพ และการต่างประเทศ เพราะฉะนั้นการกระจายอำนาจ ต้องมีหลายรูปแบบ ต้องดูศักยภาพแต่ละชุมชน ตามความพร้อมแต่ละชุมชน
กระบวนการยุติธรรม ตั้งคำถามถึงกองทุนนี้ทำไมไม่อยู่กับชุมชน หลายคดี ชาวบ้านถูกบีบให้ต้องแพ้ในคดีความต่างๆ

พรรคอนาคตใหม่ การกระจายอำนาจ อนาคตใหม่มองไปถึงการยุติรัฐรวมศูนย์ เพราะปัจจุบัน รัฐมักจะยื่นมือยื่นใหม่ เข้ามามีส่วน จากส่วนกลาง เช่นหน่วยงานที่ลงท้ายเขตพื้นที่ จึงไม่เป็นเป็นแค่การยกเลิกการปกครอง แต่ต้องลดอำนาจของรัฐ เพิ่มอำนาจให้ประชาชน อบต แม้อาจจะค่อนข้างเล็ก แต่ก็มีสักยภาพในการทำงานโดยเฉพาะจากส่วนกลาง แต่การดูแลประชาชน ได้รับการถ่ายโอนมาค่อนข้างน้อย และไม่ได้รับการถ่ายโอน ทั้งบุคลากร และความพร้อมต่างๆ ของ อบต. ต้องไปถึงเรื่องขององคาพยพ ตัวหลักการเรื่องการกระจายอำนาจต้องคงอยู่ รัฐธรรมนูญ ต้องระบุว่ารัฐไทยต้องเป็นรัฐเดี่ยวที่มีการกระจายอำนาจ ส่วนพรบ การกระจายอำนาจ ต้องระบุให้ชัดเจน ว่าอันไหนควรเป็นของท้องถิ่น ความทับซ้อนที่เกิดขึ้น สร้างปัญหาให้กับการกระจายอำนาจเป็นอย่างมาก เรื่องการจัดแบ่งภาษีแต่ละจังหวัด ควรเป็นเรื่องของแต่ละท้องถิ่น แต่ทุกวันนี้เป็นเรื่องตรงกันข้าม ที่ทุกอย่างต้องเข้าส่วนกลางก่อนถึงกระจายออกไป หลายจังหวัดที่ยากจนได้รับอย่างไม่สมควร
ยกเลิกคดีความที่ไม่เป็นธรรม เป็นไปตามแนวทางตามของพรรค และเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และควรดูคดีความแต่ละคดีตามความเหมาะสมในแต่ละคดี

ประเด็นนโยบายที่ดินและการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม และนโยบายด้านการจัดการทรัพยากร

พรรคประชาธิปัตย์ ความสำเร็จของโฉนดชุมชน เกิดขึ้นในช่วงของนายกอภิสิทธิ์ จากแนวทางของภาคประชาชน ทำให้ทางพรรคเปิดรับ 3 เครื่องมือของภาคประชาชน การร่วมรัฐบาล ต้องเปิดรับเรื่องนี้เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน ทั้งการคุ้มครองพื้นที่เกษตร และทั้งการยกเลิกกกหมายยังสามารถใช้ 3 เครื่องมือนี้ได้ และยังสามารถเดินต่อไปได้ในอนาคต ทั้งพื้นที่ที่ทำไปแล้วและที่รออยุ่ยังสามารถทำไปได้ เรื่องการถอนเอกสารสิทธิ์ ธนาคารที่ดินสามารถทำเรื่องนี้ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของธนาคารที่ดิน เราต้องเดินเรื่องนี้ต่อแน่นอน เรื่องการคุ้มครองพื้นที่เกษตร ต้องเร่งรัดในการทำ เพราะประเทศไทยไม่ใช่ประเทศอุตสาหกรรม ต้องเดินหน้าทำเป็นกฎหมาย เราต้องจัดงบประมาณรัฐให้มีการชลประทาน และต้องทำอย่างครบวงจร เพื่อคุ้มครองพื้นที่เหล่านี้ และต้องขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กับภาคประชาชน ขอให้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกัน ในเชิงนโยบาย ถ้าร่วมรัฐบาลจะเชิญตัวแทนภาคประชาชน เข้าร่วมเสนอด้วย

คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตกรรมการบริหาร พรรคประชาธิปัตย์ 

พรรคภูมิใจไทย จากตัวเลขการถือครองที่ดิน มีผู้ครอบครองที่ดิน จำนวนมาก อยู่เพียงไม่กี่คน มากกว่าสำนักทรัพย์สิน และต้องกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดิน เพราะประเทศเราบิดเบี้ยว กกหมายเรื่องที่ดินเป็นเรื่องสำคัญ เช่นแผนแม่บทป่าไม้ได้สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านอย่างมากมาย พื้นที่หลายพื้นที่ ถูกคุกคามโดยทั้งโรงงานอุตสาหกรรม และทางการจัดการบ้านจัดสรร เรื่องของ EEC กำลังเป็นหายนะของประเทศ ทั้งค่าแรงที่น้อย การเช่าที่ดิน 99 ปี เราได้เพียงแค่เศษ เล็ก ๆ จากสิ่งเหล่านั้น เราต้องออกกฎหมายที่เข็มแข้ง การพัฒนาที่ดินก็ต้องทำงานอย่างเข็มแข็ง และกำลังเป็นภัยที่น่ากลัวต่อไปในอนาคต

คุณศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิไจไทย

พรรคเพื่อไทย ถึงเวลาที่เราต้องลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ต้องให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้มีโอกาสต่อไป ทาง EEC การให้ต่างชาติเข้ามาเช่า ไม่ต้องทำอีไอเอ คนไทยยังไม่สิทธิ แล้สทำไมถึงให้ต่างชาติมาทำได้ เราอยากให้คนไทยสามารถทำได้ พรบ.โฉนชุมชน เป็นเรื่องที่ต้องทำ สามารถกู้มาได้ อยากพัฒนา ธนาคารที่ดินเป็น ธนาคารชุมชน เพราะเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงประชาชนจำนวนมากได้ ต้องปรับหนี้ EEC เราให้สิทธิเขามากเกินไป เพราะคนไทยก็มีความต้องการ พรรคเพื่อไทยมีโครงการปรับหน้าดิน คือเอาที่ดิน สปก. ที่ดินที่ไร้ประโยชน์ มาปรับใหม่ และคืนให้ประชาชน เราพูดถึงที่ดินเหล่านี้เช่าระยะยาว โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่นการเอาไปปลูกป่าเพื่อมีป่าให้กับประเทศไทย เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าให้เท่ากับความต้องการของ UNESCO ป่าชุมชน จะให้ทำตามศักยภาพตามที่ของแต่ละชุมชนตองการ ภาครัฐได้พื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้น นโยบาย ทวงคืนผืนป่า หรือ พรบ ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ต้องทบทวนและยกเลิก เพราะ 5 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเหลื้อมล้ำไม่ได้อย่างแท้จริง

พรรคอนาคตใหม่ พรรคอนาคตใหม่เห็นด้วยกับ พรบ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นฐานในการมอบอำนาจให้กับท้องถิ่น แต่เมื่อดูอัตราการจัดเก็บ มันต่ำมาก ซึ่งไม่ทราบว่าจะจัดเก็บกับใคร จากเดิมที่คิดว่าเป็นภาษีที่ท้องถิ่นสามารถเรียกเก็บได้ พอจัดเก็บต่ำมาก ท้องถิ่นแทบไม่ได้อะไร ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าอาจต้องเป็นเรื่องหนึ่งที่แยกออกมา เพราะต้องดูแต่ละรายบุคคล ซึ่งอาจใช้เวลาที่ยาวนานมาก ธนาคารที่ดิน ซึ่งรัฐบาลจะเอาไปโปะไว้ที่ธกส ซึ่งผิดวัตุประสงค์ และเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกับโฉนดชุมชน และเราต้องมีเรื่องตกลงร่วมกัน ในการใช้พื้นที่ร่วมกัน เรื่องของ พรบ ป่าชุมชน เป็นเรื่องที่รายละเอียด ที่มีคระกรรมการป่าชุมชน ที่มีทั้งระดับส่วนกลาง ไปจนถึงข้างล่างที่คระกรรมการระดับชุมชนแทบไม่มีอำนาจอะไรเลย ที่ทำให้ป่าชุมชนเป็นของใครกันแน่ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดของภาครัฐ ที่กันคนออกจากรัฐ เพราะเป็นความคิดที่ล้าสมัย เพราะทั้งคนและป่าต้องอยู่ร่วมกันได้

พรรคพลังประชารัฐ เราต้องไม่พุดถึงนโยบายพรรคไหน แต่ถ้ามันดีเราควรต้องเอามาทำ เราควรต้องเลิกคิด ว่าของใคร แต่ต้องเอามาทำเลยไม่ว่าจะเป็นของใคร อยากจะพูดถึงหลักคิด ทรัพยากรที่ดินเป็นทรัพยากรที่สำคัญ ประเทศใดที่บ่กพร่องเรื่องที่ดินก็อยากในการพัฒนา และประเทศไทย กำลัง ประสบปัญหา เราต้องจัดการเรื่องเหล่านี้ให้ได้ เพราะประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรม เพราะเราต้องพึ่งพิงอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ และด้วยภูมิศาสตร์เหมาะกับภาคเกษตร และคิดว่าการหารือของภาคประชาชน ผลออกมาย่อมที่ดีเสมอ

ประเด็นนโยบายภัยพิบัติ ชาติพันธุ์ สถานะสิทธิบุคคล รัฐสวัสดิการ

พรรคพลังประชารัฐ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าปัญหาที่ใหญ่กว่าใครจะร่วมกับใคร และมองว่าเป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไข ทั้งในและนอกสภา
มองว่าการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก วันนี้ไม่เหมือนห้าหกปีที่ผ่านมา และต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง เราต้องคอยตรวจสอบว่าคนที่เลือกไปทำงานให้เราหรือยัง และต้องขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไปร่วมกัน

คุณชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ

พรรคภูมิใจไทย อะไรที่เป็นประโยชน์ เรารับว่าจะร่วมไปพูดคุยกับคนในพรรคให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงรุปธรรม

พรรคเพื่อไทย ทั้ง 9 นโยบาย เราพร้อมผลักดัน เพราะมีความคล้ายคลึงกับของพรรค ทางพรรคไหน ที่มีนโยบายที่ดี เราก็พร้อมผลักดัน เช่นกัน หากเราร่วมกันเราจะสามารถผลักดันนโยบายเหล่านี้ได้ ภายใต้บริบทของประเทศไทย เราต้องหลุดจากบ่วงกับดักรายได้ปานกลาง เราพร้อมที่จะผลักดัน ให้อนาคตประเทศไทยสดใสต่อไป

พรรคอนาคตใหม่ ถ้ามีโอกาสผลักดัน เราพร้อมที่จะผลักดันนโยบายไปพร้อมกับภาคประชาสังคม เพราะส่วนใหญ่ เราได้แนวทางนโยบายมาจากภาคประชาสังคมเช่นเดียวกัน หากเป็นรัฐบาลเราพร้อมจะผลักดัน แต่หากเป็นฝ่ายค้านก็พร้อมตะรับฟังและแลกเปลี่ยนต่อไป

พรรคประชาธิปัตย์ ทุกคำพูดที่พูดบนเวที ต้องเป็นคำสัญญา หนึ่งไม่ว่าใครรเป็นรัฐบาล ต้องมารับฟัง ขปส. สองต้องมีคระกรรมการทำงานร่วมกับภาคประชาชน สามเมื่อตั้งรัฐบาล ต้องคุยกันข้ามพรรค เพื่อแก้ไขปัญหาที่นำเสนอจากภาคประชาชน

Related Posts