หรือแผ่นดินไทยจะสูญสิ้น : เผยทุนไทย-ต่างชาติฮุบดินในเขต EEC ได้แล้วเกือบ 700 ไร่

หรือแผ่นดินไทยจะสูญสิ้น : เผยทุนไทย-ต่างชาติฮุบดินในเขต EEC ได้แล้วเกือบ 700 ไร่
เรียบเรียงโดย ทีมงาน Land Watch Thai

เว็บไซต์ EEC เปิดด้วยความภาคภูิใจว่า อานิสงส์ EEC ดูดเม็ดเงินกว่า 5 พันล้านบาท กนอ. ขายที่ดินในนิคมฯ ได้กว่า 700 ไร่ อ้างบทสัมภาษณ์ของ ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า จากการที่รัฐบาลได้เปิดการประมูลในโครงสร้างพื้นฐานหลักใน 5 โครงการได้เป็นตามเป้าหมาย ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1โครงการท่าเรือแหลมฉบับระยะที่ 3 และโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศอู่ตะเภา ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

“การเติบโตของยอดขายที่ดินกนอ. ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการทำการตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยมีการเชิญชวนนักลงทุนพร้อมให้ข้อมูลและรายละเอียดในด้านมาตรการการส่งเสริมการลงทุน และสิทธิประโยชน์ทั้งทางด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี โดยเฉพาะใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลให้การส่งเสริมในการเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน โดยเฉพาะการเดินสายโรดโชว์ไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก โดยในปีนี้ กนอ.ได้ตั้งเป้ายอดขายที่ดินไว้ที่ 3,500 ไร่ จากปัจจุบันมียอดขายของพื้นที่ขายและเช่าในพื้นที่ EEC จำนวน 664.06 ไร่ และนอกพื้นที่ EEC จำนวน 56.69 ไร่ กนอ. จึงมั่นใจว่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จากการที่นักลงทุนมีการติดต่อและสอบถามข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีแผนการเข้ามาลงทุนเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้”

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผย รายชื่อนิคมฯ ยอดฮิตในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่ต่างประเทศให้ความสนใจมากที่สุด เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงการเข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่ EEC ว่า “พื้นที่การลงทุนที่นักลงทุนต่างให้ความสนใจเข้าไปลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินการในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อีอีซี อาทิ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทริน์ ซีบอร์ด (ระยอง) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง


โดยมากเป็นการลงทุนในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ และเหล็กโลหะภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบัน กนอ. มีนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 54 แห่ง ใน 16 จังหวัด กนอ. ดำเนินการเอง 13 แห่ง และ นิคมฯ ร่วมดำเนินงาน 41 แห่ง พื้นที่รวมทั้งสิ้น 165,400 ไร่ พื้นที่คงเหลือสำหรับขาย/ให้เช่า 20,352 ไร่”

เรื่องที่น่าตกใจคือประเด็นที่ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)บอกว่า “การเติบโตของยอดขายที่ดินกนอ. ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการทำการตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยมีการเชิญชวนนักลงทุนพร้อมให้ข้อมูลและรายละเอียดในด้านมาตรการการส่งเสริมการลงทุน และสิทธิประโยชน์ทั้งทางด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี”

นั่นเท่าเป็นการยืนยันว่า จำนวนที่ดินเกือบ 700 ไร่ ที่มีการซื้อ-ขายกันแล้วนั้น ส่วนหนึ่ง เป็นการขายให้กลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งมีสิทธิเช่าที่ดินได้ 99 ปี ตามกฎหมาย EEC

แต่ไม่ว่ากลุ่มทุนที่เข้ามาซื้อที่ดินจะเป็นกลุ่มทุนไทย หรือกลุ่มทุนต่างชาติ แต่เรื่องที่น่ากังวล นั่นคือการพรากสิทธิ และไล่รื้อที่ดิน จากชาวบ้านผู้ทำกินดั้งเดิมอยู่ในเขต 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ซึ่งยังคงมีข้อขัดแย้งในประเด็นสิทธิการถือครองที่ดินกับรัฐ เช่น ชุมชนโยธะกา อ.บางน้ำเปรี่ยว จ.ฉะเชิงเทรา และชุมชนแสมสาร อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี

เป็นเรื่องที่ทีมงาน Land Watch Thai ขอเชิญชวนให้ผู้อ่านติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา https://www.eeco.or.th/pr/news/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99-eec-vol-1?fbclid=IwAR2ecbnvftLHXuG0orMp0a2zusxJPdYAVWL4x8OS9WFJzmjSbUm-Gs_C45c

Related Posts