P- MOVE บุกชุมนุมข้างทำเนียบ ออกแถลงการณ์ซัด ไทยแชมป์ความเหลื่อมล้ำ “ 100 กรณี 4 ปี แก้ปัญหาไม่เสร็จ ”

แถลงการณ์ P- MOVE ไทยแชมป์ความเหลื่อมล้ำ
“ 100 กรณี 4 ปี แก้ปัญหาไม่เสร็จ ”
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ทำเนียบรัฐบาล
.
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เป็นการรวมกลุ่มกันจากผู้ที่เดือดร้อนจากการพัฒนาของประเทศที่ไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มรากหญ้า มีการเรียกร้องให้เกิดการแก้ปัญหากับ 3 รัฐบาล มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา และปัญหาโดยรวมเกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างๆ ทั้งสิ้น 7 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงคมนาคม , กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , กระทรวงการคลัง , กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยมีปัญหารวมทั้งสิ้นกว่า 200 กรณี
.
กล่าวเฉพาะในช่วงรัฐบาลปัจจุบัน ขปส. ได้ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อให้เกิดกลไกการแก้ปัญหา และรัฐบาล ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ขึ้นมาเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ซึ่งลงนามแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีว่าการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไปตามกระทรวงต่างๆโดยมีปลัดกระทรวงเป็นประธานอนุกรรมการ ทั้งสิ้น 8 คณะ
.
นับตั้งแต่มีการตั้งกลไกการแก้ปัญหาขึ้นมากว่า 4 ปี ขปส. มีอุปสรรคปัญหาภายในตัวกลไกเองคือ การสั่งการเชิงนโยบายที่ต้องข้ามกระทรวงไม่สามารถทำได้จริง สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการอุปสรรคอันใหญ่หลวงในการแก้ปัญหาของ ขปส. และที่สำคัญเรายังไม่เคยได้เห็นความห่วงใยต่อการแก้ไขปัญหาของ ขปส. จากตัวนายกรัฐมนตรีแม้เพียงการให้เข้าพบเพื่อเสนอ และรับฟังสภาพปัญหาของชาวบ้าน
.
การมาชุมนุมเรียกร้องครั้งนี้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ไม่มีความประสงค์ที่จะมาทำให้สังคมเสียบรรยากาศในช่วงเตรียมการเลือกตั้งแต่อย่างใด เราคาดหวังเพียงการแก้ปัญหาให้กับสมาชิก ขปส. อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
.
ขปส. ขอเรียนว่า เรามิใช่เป็นเพียงคนจนที่มีปัญหา หรือถูกระทำ แต่เรายังเป็นกลุ่มประชาชนที่มีรูปธรรมการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาของตนเอง เรามีกลุ่มออมทรัพย์ ธนาคารชุมชน มีระบบสวัสดิการชุมชน การสร้างบ้าน สร้างชุมชน การจัดการขยะ การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ จนเป็นพื้นที่รูปธรรม ในหลากหลายรูปแบบ
ในการนี้ พวกเรา ขปส. มีข้อเสนอเพื่อให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พิจารณา ดังต่อไปนี้
.
1. กรณีปัญหาที่ได้ข้อยุติจากการเจรจาของอนุกรรมการ และกรรมการแก้ปัญหาของ ขปส. ที่ต้องนำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเห็นชอบ ให้นำเรื่องเข้าพิจารณาภายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีดังนี้
.
1.1 การคุ้มครองพื้นที่ชุมชนที่ยื่นเสนอขอใช้สิทธิที่ดินตามนโยบายโฉนดชุมชนทั้ง 486 ชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้พัฒนาชุมชน และทำมาหากินตามปกติ ในระหว่างการรอหาแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว
.
1.2 การปรับเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณโครงการบ้านมั่นคง จากเดิม หน่วยละ 80,000 บาท เป็น 100,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
.
1.3 การจ่ายค่าชดเชยเยียวยากับผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยฝั่งแดง จังหวัดอุบลราชธานี
.
2. ให้นำเรื่องที่มีการเจรจาในทุกอนุกรรมการที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เข้า ครม. เพื่อรับทราบและเป็นกลไกการติดตามในรัฐบาลต่อไปข้างหน้า
.
ด้วยเหตุดังนี้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ยังคงมีความจำเป็นในการติดตามการแก้ปัญหาของรัฐบาลอีกต่อไปจนกว่าการแก้ปัญหาจะบรรลุข้อเสนอ และเกิดการปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่าเรื่องราวข้อเท็จจริง และหลักการทางนโยบายที่ ขปส. เสนอตลอดช่วงที่ผ่านมา คือเนื้อหาใจกลางของการปฏิรูปที่ดิน และทรัพยากรของสังคม ซึ่งเป็น 1 ใน 11 เรื่อง ที่รัฐบาลจะดำเนินการ ตามที่ได้กล่าวอ้างในการเข้ามาบริหารประเทศ และผู้นำในการปฏิรูปดังกล่าว ต้องมีวิธีคิดและท่วงทำนองที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์ และรับฟังข้อเท็จจริงอย่างถึงที่สุด หาใช่การกล่าวร้าย และสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้คนในสังคม
.
เชื่อมั่นในพลังประชาชน
.
ที่ดิน เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

Related Posts