ทำไมที่ดินสปก.ไม่ควรเปลี่ยนเป็นโฉนด ?


ทำไมที่ดินสปก.ไม่ควรเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน ?

โดย ทีมงาน Land Watch Thai

ปี่กลองการเลือกตั้งเริ่มบรรเลงอย่างเป็นทางการภายหลังจากการมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 และคณะกรรมการเลือกตั้งกำหนดให้มีการเลือกตั้งตามกรอบของกฎหายในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ต่อจากนี้คงเป็นบรรยากาศของการที่บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ทยอยกันนำเสนอนโยบายหรือข้อเสนอต่างๆ ซึ่งเราอาจได้เห็นมาบ้าง ตั้งแต่ก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง

นโยบายที่ดูเหมือนว่าจะได้รับความน่าสนใจ และมีการถกเถียงกันพอสมควรนั่นคือนโยบายที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอเปลี่ยนที่ดินสปก.เป็นโฉนดที่ดิน ซึ่งอันที่จริงแล้วเมื่อพิจารณาในรายละเอียดนั้นถูกเสนอในชื่อ “ส.ป.ก.4.0” คือการแปลงที่ดิน ส.ป.ก.4-01 กว่า 30 ล้านไร่เป็นที่ดินทองคำ ซึ่งนายสุชาติ ตันเจริญ แห่งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงร่างนโยบาย “เปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 กว่า 30 ล้านไร่ ให้เป็นที่ดินทองคำ” ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้เป็น “ใบสลักสิทธิ์” เพื่อขจัดอุปสรรคในการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ติดเงื่อนไขของ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 นั้นระบุไว้สำหรับเกษตรกรที่ยากจนเท่านั้นจึงจะได้ที่ดินทำกินจาก สปก. โดยจะเสนอให้เพิ่มเติมวัตถุประสงค์ใหม่ใน พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 สามารถทำเกษตรอุตสาหกรรม โรงงาน พาณิชย์ ท่องเที่ยว หรือ รีสอร์ทสุขภาพ เป็นต้น ตลอดจนรูปแบบการทำกินที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้หลักไทยแลนด์ 4.0 โดยในพื้นที่เป้าหมายอีอีซีทั้ง 3 จังหวัด พื้นที่หลายล้านไร่ยังเป็น ส.ป.ก.4-01 ต้องใช้ในด้านการทำเกษตรกรรมเท่านั้น จึงไม่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ และการขับเคลื่อนโครงการอีอีซี

นอกจากนั้นยังเสนอเพิ่มศักยภาพให้ที่ดินมีมูลค่าในการลงทุน ด้วยการให้สามารถเปลี่ยนมือได้ ไม่ใช่เฉพาะทายาทเท่านั้น แต่ต้องออกแบบใหม่ให้ใบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เปลี่ยนรูปแบบใหม่ เป็น “ใบสลักสิทธิ์” โดยที่ ส.ป.ก.ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เหมือนเดิม แต่ประชาชนผู้ครอบครอง ได้สิทธิทำกินและสามารถเปลี่ยนมือผู้ถือได้ ซื้อ ขาย โอน เช่า โดยจะต้องเสียภาษี ค่าธรรมเนียม ซึ่งจะใช้หลักการใกล้เคียงกับของกรมธนารักษ์ และกรมที่ดิน

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การเปลี่ยน สปก.เป็นโฉนดแบบตรงๆ ตามที่สื่อบางสำนักพาดหัว แต่การประดิษฐ์คำใหม่ว่า“ใบสลักสิทธิ์” และเพิ่มวัตถุประสงค์ให้สามารถทำเกษตรอุตสาหกรรม โรงงาน พาณิชย์ ท่องเที่ยว หรือ รีสอร์ทสุขภาพนั้น บวกกับการทำให้ “ใบสลักสิทธิ์” นั้น ซื้อ ขาย โอน เช่า ได้นั้น ถือเป็นการละเมิดเจตนารมณ์ของของกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อันเป็นผลจากการต่อสู้ของขบวนการชาวไร่ชาวนาและนักศึกษาเดินขบวนเรียกร้องหลายครั้งหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516

เจตนารมณ์ดั้งเดิมของการก่อตั้งสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น คือการจัดซื้อที่ดินมาให้เกษตรกรเช่าซื้อเพื่อทำการเกษตร มันถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนในเว็บไซต์ของสปก.ว่า มีเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุง สิทธิการถือครองที่ดิน การกระจายสิทธิในที่ดิน ทั้งในที่ดินของรัฐและที่ดินของเอกชน ที่มีมากเกินความจำเป็น ให้ไปสู่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินพร้องทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาอาชีพ ปรับปรุง ส่งเสริม และสนับสนุน ปัจจัยการผลิตที่จำเป็นต่าง ๆ และให้มีการจัดตั้งกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน และใช้จ่ายเพื่อการปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ขีดเส้นใต้ช่วง “การปรับปรุง สิทธิการถือครองที่ดิน การกระจายสิทธิในที่ดิน ทั้งในที่ดินของรัฐและที่ดินของเอกชน ที่มีมากเกินความจำเป็น” ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นน้อยมากในทางปฏิบัติกล่าวคือ ผลการดำเนินงานของสปก. ตลอด 40 กว่าปีที่ผ่านมา สามารถซื้อที่ดินมาให้เกษตรกรเช่าซื้อได้เพียง 400,000 ไร่ เท่านั้น ส่วนตัวเลข 30 กว่าล้านไร่นั้น ส่วนใหญ่เป็นการนำที่ดินป่าสงวนเสื่อมโทรมมาแจกชาวบ้าน

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า รัฐบาลทุกสมัย ไม่ได้ดำเนินนโยบายปฏิรูปที่ดินตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้ง สปก. คือไม่ได้ กระจายสิทธิในที่ดิน ทั้งในที่ดินของรัฐและที่ดินของเอกชน ที่มีมากเกินความจำเป็น มากระจายให้ชาวบ้านเข้าถึงได้ แต่กลับไปเอาที่ป่าเสื่อมโทรมมาแจก ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนอกจากเรื่องคนที่ได้รับที่ดินบางคนไม่ใช่ชาวบ้านตาดำๆ แต่เป็นนายทุนที่ใช้ชาวบ้านเป็นนอมินีแล้ว ก็ยังจะจะมีตัวเลขความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินให้เห็นกันอยู่ร่ำไป

ทางออกของปัญหา หรือการจัดทำนโยบายที่ดินที่ควรจะเป็นจึงไม่ใช่ การเปลี่ยนที่ดินสปก.เป็นโฉนดที่ดิน หรือใบสลักสิทธิ์ แต่คือการมีแผนแม่บทในการจัดการที่ดิน การทำฐานข้อมูลที่ดิน การเปลี่ยนแปลงประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือกล่าวอย่างรวบรัดคือการทำให้การปฏิรูปที่ดินเป็นวาระแห่งชาติ

เพราะการเปลี่ยนที่ดินสปก.ไปสู่โฉนดที่ดิน หรือใบสลักสิทธิ์ที่ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์สามารถซื้อ ขาย โอน เช่า ได้นั้น คุณก็พอจะเดากันออกว่าผลประโยชน์จะตกอยู่กับใคร

ที่มา
https://www.alro.go.th/alro_th/ewt_news.php?nid=191
https://mgronline.com/politics/detail/9620000002047
http://www.komchadluek.net/news/regional/358781

Related Posts