สกน. แถลงการณ์ยืนหยัดปฎิรูปที่ดินโดยชุมชน เนื่องในงานมหกรรม”โฉนดชุมชน” 18ปี แห่งการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน

แถลงการณ์สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.)

“  ประกาศเจตนารมณ์  ”

 18 ปี แห่งการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน

นับเป็นเวลาอันยาวนานที่สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ได้ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายและนโยบายของรัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ทั้งพื้นที่เขตป่าและพื้นที่นอกเขตป่า  เราจึงรวมตัวกันขึ้นในพื้นที่ ๙ จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เข้าถึง “ที่ดิน”ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดของสังคมเกษตรกร และผลักดันเกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม บนฐานของความเสมอภาค เคารพหลักสิทธิมนุษยชน จัดการทรัพยากรบนฐานของหลักสิทธิชุมชน

กระนั้นก็ตาม 18 ปีที่ผ่านมา สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ยังต้องเผชิญกับนโยบายของรัฐที่ไม่เป็นธรรม  กฎหมายที่ยังคงลิดรอนสิทธิชุมชน ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือของเรา  อย่างเช่น  นโยบายทวงคืนผืนป่า ที่มีปฏิบัติการยึดที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยดั่งเดิมเดิมของชาวบ้าน  โดยการบังคับใช้กฎหมายและจับคุมดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม , การเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ ที่รัฐพยายามกำหนดแนวเขตทับซ้อนพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม และยังขาดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชน ละเลยหลักการสิทธิชุมชน  ซึ่งการผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมนั้น หากขาดการมีส่วนร่วมจากชุมชนก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

ในทางตรงกันข้าม การแก้ไขปัญหาที่สะสมมาเนินนาน กลับดำเนินการด้วยความล่าช้าสร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนรุนแรงมากขึ้น ทั้ง กรณีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ความล่าช้าในกระบวนการตรวจสอบของภาครัฐกลับส่งผลให้เอกชนฟ้องดำเนินคดี จับกุม กับชาวบ้าน   จนนำไปสู่การลุกขึ้นคิดค้น “นวัตกรรมทางนโยบาย” ของประชาชนเอง เพื่อเป็นรูปแบบการแก้ไขปัญหา และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาตามแนวทางโฉนดชุมชนที่ประชาชนผลักดันให้เป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ปี พ.ศ.๒๕๕๓ แก้ไขเพิ่ม ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน  แต่รัฐก็ยังมินำพา ที่ผ่านมายังไม่มีความคืบหน้าในการเดินหน้าต่อที่เป็นรูปธรรมเพื่อที่จะเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการจัดการที่ดินและทรัพยากรโดยชุมชน   ซ้ำร้ายรัฐยังมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาที่ดินด้วยการดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง และมัดรวมการตัดสินใจไว้กับระบบราชการผ่านแนวทางคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ( คทช.) ที่พยายามจะแก้ไขปัญหาที่ดินให้ประชาชน ในรูปแบบที่ดินแปลงรวม ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่ภาคประชาชนพบ  มีปัญหาทางปฏิบัติมากมาย ทั้งประเด็นของการติดข้อจำกัดในด้านสิทธิในการใช้ประโยชน์ไม่ลงไปถึงชุมชนตามหลักสิทธิชุมชน  เป็นเพียงการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินในรูปแบบของแปลงรวม   อีกทั้งยังติดข้อจำกัดในการใช้มติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ ที่จำแนกแจกแจงประเภทการเข้าอยู่  และการเข้าถึงการพัฒนาในพื้นที่ที่จะติดข้อจำกัด

            นอกจากนี้ภาคประชาชนยังผลักดันให้เกิดการจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.)   ซึ่งหลังจากการมีการดำเนินการได้ระยะหนึ่ง  ประชาชนยังคงต้องออกแรงติดตามการดำเนินการให้ยึดตามหลักเจตนารมณ์ตามที่ภาคประชาชนเสนอ เพื่อให้เป็นกลไกหนึ่งที่จะสามารถทำให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน เพื่อให้คนจนและเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีที่ดินและได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินได้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเป็นธรรม   อีกทั้ง กฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าที่ประชาชนเคยร่วมกันออกแบบเพื่อเป็นแหล่งทุนหนึ่งของธนาคารที่ดินในกลไกของการเร่งรัดให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินนั้น ปัจจุบันรัฐและนายทุนเจ้าที่ดินกลับปรับแต่งแปลงร่างจนกลายเป็นเพียงแค่ ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งไม่มีนัยยะสำคัญต่อการกระจายการถือครองที่ดิน ซ้ำร้ายกระบวนการนิติบัญญัติยังประวิงเวลาในการออกกฎหมายฉบับนี้จนกระทั้งปัจจุบัน

 

ท้ายที่สุดสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ยังคงเผชิญกับผลกระทบจากการจัดหาที่ดินเพื่อใช้ในนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่รัฐได้ใช้อำนาจเผด็จการ ยึดที่ดินทำกินของชาวบ้าน นำไปพัฒนาเป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรม แต่ชาวบ้านก็ยังคงยืนหยัด ต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกินของตนเองจำนวน ๖ ราย และเรียกร้องให้มีการจัดสรรที่ดินทดแทนอย่างเป็นธรรม

ดังนั้นพวกเรา “สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ” มุ่งมั่นที่จะยืนหยัดตามเจตนารมณ์ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเป้าหมายเดียวกัน  เราจะเดินหน้าผลักดันนโยบายของประชาชน โดยเราจะตั้งมั่น ยืนยันถึงสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรโดยชุมชนอย่างไม่มีข้อแม้  ผลักดันนโยบายธนาคารที่ดิน และภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าตามเจตนารมณ์ของประชาชน  เพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ให้คนจนและเกษตรกรรายย่อยได้สามารถเข้าถึงที่ดินและใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างยั่งยืนในที่สุด และ “สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ” จะสามัคคีประชาชนทุกหมู่เหล่าเพื่อต่อสู้กับความ “อยุติธรรม” ทุกประการเกี่ยวกับปัญหาที่ดินของประชาชน  ซึ่งหากสังคมไทยยังไม่การกระจายถือครองที่ดินได้อย่างเป็นธรรม และเรา“สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ”  พร้อมที่จะปักหลัก ยืนหยัด ต่อสู้  เพื่อมุ่งสร้างประชาธิปไตย ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในสังคมต่อไป

 

 

เชื่อมั่นและศรัทธาในพลังประชาชน

16 ตุลาคม ๒๕๖๑

ณ สหกรณ์โฉนดชุมชนบ้านท่ากอม่วง จำกัด

ในงาน มหกรรมโฉนดชุมชน 18 ปี แห่งการปฏิรูปที่ดิน

Related Posts