ลงทุนหมื่นล้านได้มาคืนแค่ไหน? 3 ปี นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

ลงทุนหมื่นล้านได้มาคืนแค่ไหน? 3 ปี นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

นับว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาก้าวหน้าและสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ “นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ” ที่รัฐบาลคสช. ได้ใช้คำสั่งตาม ม. 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 หลายต่อหลายฉบับเพื่อเสกให้เกิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

ด้วยความที่ต้องการให้พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถดึงดูดในให้นักลงทุนขนเงินมาทำธุรกิจและอุตสาหกรรมในพื้นที่ทั้ง 10 จังหวัด (ตาก สงขลา เชียงราย มุกดาหาร นครพนม หนองคาย กาญจนบุรี ปัตตานี กาญจนบุรี สระแก้ว) รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนมากมาย

เพียงคุณลงทุนในพื้นที่นี้รับฟรี……..

นโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีมากมายไม่ว่าจะเป็น การงดเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร งดเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา การอนุญาติให้จ้างแรงงานต่างชาติ โดยอนุญาติให้แรงงานต่างชาติสามารถเดินทางเข้าออกประเทศแบบไปเช้าเย็นกลับได้ หรือแม้กระทั่งการจัดหาพื้นที่ให้เอกชนเช่าในราคาถูก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินป่าสงวน ที่ป่าชุมชน ที่สาธารณะประโยชน์ ไปให้เอกชนเช่า สิทธิประโยชน์ที่ได้รับไม่ได้มีเพียงการออกกฎหมายเพื่อยกเว้นเท่านั้น แต่ยังมีการลงทุนเพื่อการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆเพื่อรองรับนักลงทุนอีกด้วย

3 ปีเขตเศรษฐกิจพิเศษ รัฐใช้เงินลงทุนไปเท่าไหร่

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ระบุว่านับตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทุกๆปี ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนสร้างด่านศุลกากรแห่งใหม่ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง การบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั้งการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อดูแลเรื่องแรงงานหรือการเยียวยาชดเชยประชาชนที่จะต้องออกจากพื้นที่ทำกินของตนเอง

โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐลงทุนเงินไปแล้วกว่า 19,000 ล้านบาท(สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,https://goo.gl/QEdDZk,เข้าถึงเมื่อ 3/6/60) และคาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มในปี พ.ศ. 2561 อีกด้วย

แล้วมีนักลงทุนไปลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเท่าไหร่

ปัจจุบันมีนักลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทั้งหมด 41 โครงการ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 8,578 ล้านบาท โดยพื้นที่ที่มีนักลงทุนเข้าไปลงทุนมากที่สุดคือ พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ. ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนไทยพม่า ที่อยู่ตรงข้ามเมียวดี โดยมีโครงการที่สนใจลงทุน 23 โครงการ ส่วนในจังหวัดที่มีนักลุงทุนสนใจน้อยที่สุด ณ ขณะนี้คือ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย มีนักลงทุนสนใจลงทุน 1 โครงการมูลค่า 16 ล้าน

ส่วนสาเหตุที่นักลงทุนสนใจลงทุนในแต่ละพื้นที่ต่างกัน น่าจะเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้งและสภาพความพร้อมในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดตาก ที่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญและเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดการจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับประชาชนที่จะต้องย้ายออกจากที่ดินทำกินของคนเองเป็นเงินกว่า 400 ล้านบาท มีเพียงชาวบ้าน 6 รายที่ยังยืนยันว่าต้องการที่ดินทำกินของตนเองคืนและจะส่งผลให้ที่ดินของชาวบ้านทั้ง 6 ราย อยู่ตรงกลางพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตากกว่า 2000 ไร่

ส่วนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงรายนั้น ยังคงอยู่ในการเจรจากับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากพบว่าเป็นที่ดินที่ชาวบ้านใช้เพื่อการทำมาหากินและเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญกับระบบนิเวศน์ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความคุ้มค่าในการเปลี่ยนที่ดินเหล่านี้ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม

นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเหตุใดจึงมีนักลงทุนไม่มาก

หากได้มีการติดตามการดำเนินนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเราจะเห็นได้ว่ามีการขยายระยะเวลาในการยื่นขอการสนับสนุนการลงทุนให้ภาคเอกชนครั้งแล้วครั้งเล่า และถึงอย่างนั้นและก็ยังถือว่านโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนได้อย่างที่รัฐบาลคาดหวัง Land Watch Thai จึงขอวิเคราะห์เหตุผลของปรากฎการณ์ดังกล่าว ดังนี้

1 ทำให้เกิดกระบวนการลัดขั้นตอนทางกฎหมายขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน การทำนโยบายเขตเศรษฐกิจใน 10 จังหวัด จำเป็นที่ต้องใช้ที่ดินจำนวนมาก และเพื่อเป็นการลดต้นทุนในการจัดหาพื้นที่เพื่อรับนโยบายดังกล่าว รัฐบาลจึงใช้วิธีการประกาศคำสั่งที่ 17/2558 ตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับ พ.ศ. 2557 เพื่อเปลี่ยนที่ดินของรัฐประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ป่าสงวน ป่าไม้ตามมติครม. ที่ดินของ ปปง. ที่ดินของทหาร ให้เป็นที่ราชพัสดุ

การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบต่อชาวบ้านที่ใช้ที่ดินเหล่านั้นอยู่มาเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดผลกระทบกับจิตใจจนทำให้มีชาวบ้านบางรายเครียดและเสียชีวิต ในขณะที่หลายคนต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อยื้อแย่งที่ดินของพวกเขาเอาไว้ แต่กลับถูกสังคมตีตราว่าเป็นกลุ่มคนที่ขัดความเจริญขัดขวางการพัฒนา ทั้งๆที่กระบวนการการเลือกที่ดินนั้นไม่ได้มีการถามความเห็นของพวกเขาเลย จากการลงพื้นที่ของ Land Watch เราพบว่าชาวบ้านทั้งหมดไม่มีส่วนในการตัดสินใจและรัฐแทบจะไม่ได้คิดการชดเชยเยียวยาเอาไว้เลย หนำซ้ำยังมีชาวบ้านจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดีและติดคุก

และแน่นอนว่าการเคลื่อนไหวคัดค้านของประชาชนในแทบจะทุกพื้นที่(กลุ่มแม่สอดรักษ์ถิ่น กลุ่มคนรักษ์เชียงของ กลุ่มผู้ปลูกยาสูบแม่สาย ชาวบ้านในจังหวัดนครพนมและหนองคาย)ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

2 ความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างท้องถิ่นและรัฐบาลทำให้การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่และอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในท้องถิ่น ในตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา Land Watch Thai ได้มีโอกาสกับผู้คนในหลายภาคส่วนที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหอการค้าจังหวัด หรือสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ดังนั้นการเดินหน้าของขโยบายดังกล่าวจะเป็นการเดินตามคำสั่งจากบนลงล่าง โดยกลุ่มคนในท้องไม่รู้สึกว่าตนเองจะได้อะไรจากนโยบาย

3 ความเปลี่ยนแปลงของประเทศเพื่อนบ้าน ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย เพราะในตอนนี้ทุกๆประเทศรอบๆบ้านเรา มีเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นของตนเองหมดแล้ว ด้วยค่าแรงขั้นต่ำที่ถูกกว่าไทยมาก จนทำให้แม้แต่รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังเคยออกปากชวนนักลงทุนไทยให้ไปลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศพม่าอีกด้วย(ที่มา : ไทยรัฐ,http://www.thairath.co.th/content/850529) นอกจากนั้นยังมีเรื่องความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้แต่ละประเทศมีความต้องการแรงงานเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีอะไรเป็นใจนัก สำหรับรัฐบาลที่กำลังผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ เราอยากตั้งคำถามกับรัฐบาลว่าคุ้มค่าหรือไม่ กับสิทธิมนุษยชนที่รัฐบาลได้ละเมิดประชาชน ขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ ดำเนินคุก คุมขัง ข่มขู่ เพื่อนำที่ดินไปให้กับนักลงทุนเช่า แต่สุดท้ายปรากฎว่า 3 ปีผ่านไปแล้วเงินที่ลงทุนไปยังน้อยกว่าเงินที่รัฐบาลลงทุนไปกว่า 10,000 ล้านบาท

ความคิดเห็น