เรือดำน้ำ 1 ลำเอาไปทำอะไรได้บ้าง

เรือดำน้ำ 1 ลำเอาไปทำอะไรได้บ้าง

หลังมีรายงานข่าวว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้จัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากประเทศจีนจำนวน 1 ลำ มูลค่า 13,500 ล้านบาท โดย ยืนยันว่า ครม.ได้อนุมัติตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนที่ผ่าน จัดซื้อโดยใช้งบผูกพันข้ามปี ไม่ใช่การชำระเงินครั้งเดีย
ทางกลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน ในฐานะคนทำงานด้านการรณรงค์ด้านการปฏิรูปที่ดินเพื่อความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และในฐานะประชาชนผู้เป็นเจ้าของภาษีคนหนึ่ง

เห็นว่าควรจะนำการใช้งบประมาณของคณะรัฐมนตรีครั้งนี้เพื่อเปรียบเทียบกับการใช้งบประมาณเพื่อปฏิรูปที่ดินให้แก่คนยาก คนจน เกษตรกรรายย่อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน

โดยจะขอนำข้อมูลการใช้งบประมาณแผ่นดินในการปีที่ผ่านมาในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำมาเปรียบเทียบ ดังนี้

 

1. แผนปฏิบัติการโครงการตามภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ในปี 2559-2560 จำนวน 5 โครงการ วงเงินงบประมาณ 690,200,000 บาท

ซึ่งประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เห็นชอบแผนปฏิบัติการโครงการเมื่อวันที่ 31 ส.ค.59 ประกอบด้วยโครงการต่างๆดังนี้

1.1โครงการศึกษากระบวนการดำเนินงานธนาคารที่ดิน งบประมาณ 4,000,000 บาท เพื่อศึกษารูปแบบที่เหมาะสมของธนาคารที่ดิน

1.2โครงการแก้ไขปัญหาเกษตรกรและผู้ยากจนซึ่งมีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดินจากการจำนองและขายฝาก งบประมาณ 125,000,000 บาท

เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่มีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดินหรือสูญเสียสิทธิในที่ดินจากการจำนอง ขายฝาก และถูกบังคับคดี โดยการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรและผู้ยากจนที่มีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน จำนวน 250 ราย รายละไม่เกิน 750,000 บาท

1.3 โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน ในพื้นที่นำร่อง 5 ชุมชน งบประมาณ 167,000,000 บาท เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ที่ไม่มีที่ดินของทำกินหรือไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชี

1.4โครงการต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร งบประมาณ 261,072,400 บาท เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลของผู้ถือครองที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมทั้งข้อมูลผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินในพื้นที่นำร่อง

1.5โครงการศึกษาวิจัยระบบข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการที่ดิน งบประมาณ 58,127,600 บาท เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ดิน เกษตรกรและคนยากจน จัดเก็บข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน

จากงบประมาณแผ่นดินแผนปฏิบัติการโครงการตามภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ในปี 2559-2560 จำนวน 5 โครงการ วงเงินงบประมาณ 690,200,000 บาท

หากนำมาเปรียบเทียบกับงบประมาณแผ่นดินจากภาษีประชาชนที่นำไปจัดซื้อเรือดำน้ำ 1 ลำ มูลค่า 13,500 ล้านบาท สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) สามารถดำเนินโครงการ 5 โครงการต่อปีแบบนี้ได้ถึง 21 ปี หรือ ยาวนานกว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล

หรือหากนำมาเทียบกับโครงการย่อยที่จะช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรงเราจะพบว่า โครงการแก้ไขปัญหาเกษตรกรและผู้ยากจนซึ่งมีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดินจากการจำนองและขายฝาก งบประมาณ 125,000,000 บาท

เพื่อให้สินเชื่อแก่เกษตรกรและผู้ยากจนที่มีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน จำนวน 250 ราย รายละไม่เกิน 750,000 บาท เรือดำน้ำ 1 ลำ มูลค่า 13,500 ล้านบาท สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเกษตรกรและผู้ยากจนซึ่งมีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดินจากการจำนองและขายฝากได้ 18,000 ราย

ที่มาข้อมูล http://www.ryt9.com/s/iq01/2596682


2. ส่วนหน่วยงานปฏิรูปที่ดินของรัฐที่ทำงานมาอย่างยาวนาน อย่างสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่รู้จักกันดีในนาม สปก. จากข้อมูลแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม โดยในแผนงบประมาณเรื่องส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตการสร้างมูลค่าภาคการเกษตรและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นระบบ ในส่วนเป้าหมายผลผลิตที่ 1 เกษตรกรได้รับการจัดที่ดินและคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งใช้งบประมาณในกิจกรรมที่มีเป้าหมายการจัดที่ดินเพื่อเกษตรกร 63,000 ราย จำนวน งบประมาณ 1,366.3184 ล้านบาท

เพราะฉะนั้นหากไม่นับร่วมค่าบริหารจัดการและสำนักงานรวมทั้งการดูงานซึ่งอยู่ในแผนงบประมาณ ถ้ารัฐบาลไม่นำเงินไปซื้อเรือดำน้ำ 1 ลำ มูลค่า 13,500 ล้านบาท เราจะเพิ่มเกษตรกรเป้าหมายตามโครงการการจัดที่ดินและคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมได้ถึง 622,464 ราย (คำนวณโดยการนำงบประมาณหารด้วยจำนวนเป้าหมายและนำงบประมาณต่อรายมาหารด้วยค่าเรือดำน้ำ)

ที่มาข้อมูลhttp://base.alroinfo.com/thtimages/dir1/2559/plan%209.3%202559.pdf

ความคิดเห็น