ไม่มีคำว่า “อัตราก้าวหน้า” ใน พรบ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ “สนช.” รับหลักการ ในวันนี้

ไม่มีคำว่า “อัตราก้าวหน้า” ใน พรบ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ “สนช.” รับหลักการ ในวันนี้

คุณจะคิดอย่างไร หากคนที่มีที่ดิน 1 ไร่ กับคนที่มีที่ดิน 1 แสนไร่ จ่ายภาษีเท่ากัน

วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงมติในวาระที่ 1 รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. …. ไว้พิจารณา ด้วยคะแนนเสียง เห็นด้วย 190 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง โดยตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา จำนวน 26 คน กำหนดแปรญัตติภายใน 21 วัน ระยะเวลาการดำเนินงาน 60 วัน

หลังจากทราบข่าวแอดมินก็ได้ทำการค้นหาร่าง พรบ. ฉบับดังกล่าวมาศึกษาทันที จนพบในที่สุดในเว็ปไซต์ของ สนช. ล่าสุดพบว่าร่าง พรบ. ฉบับดังกล่าวหายไปจากเว็ปไซต์แล้ว

โดยหลักจากได้ทำการศึกษา ก็ได้พบว่าแท้จริงแล้ว ร่าง พรบ. ภาษีที่ดินฉบับนี้ ไม่ได้มีความมุ่งเน้นในการลดความเหลื่อมล้ำ เป็นเพียงกฎหมาย ที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

โดยเฉพาะอัตราการจัดเก็บภาษี ที่ได้ระบุไว้ในมาตรา 34 ของ พรบ. ที่ระบุว่า ให้เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามอัตราดังต่อไปนี้

  1. ที่ดินเพื่อการเกษตร อัตราไม่เกินร้อยละ 0.2 ของฐานภาษี
  2. ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย อัตราไม่เกินร้อยละ 0.5 ของฐานภาษี
  3. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นๆนอกจากการเกษตรและที่อยู่อาศัย ร้อยละ 2
  4. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า อัตราไม่เกินร้อยละ 2 ของฐานภาษี โดยในกรณีของที่ดินรกร้างว่างเปล่า ยังได้มีการระุไว้ใน มาตรา 39 อีกด้วยว่า ในกรณีที่ต้องเสียภาษีที่ดินและยังปล่อยให้ที่ดินรกร้างเป็นเวลา 3 ปี ติดต่อกัน ให้เพิ่ม อัตราภาษีเป็นร้อยละ 2.5 และให้เพิ่มปีละ 0.3 จนกว่าจะถึงร้อยละ 5 ต่อปี

โดยถึงแม้ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าว จะมุ่งหวังจัดการกับคนที่มีที่ดินว่างเปล่า แต่ก็ยังคงต้องติดตามกันต่อว่า ที่ดินรกร้างว่างเปล่า นั้นมีความหมายอย่างไร

ซึ่ง พรบ. ฉบับนี้ ไม่ได้ให้นิยามของที่ดินรกร้างว่างเปล่าเอาไว้ ในขณะเดียวกัน ก็เก็บภาษีที่ดินประเภท เกษตรกรรมไว้ต่ำที่สุด คือ ร้อยละ 0.2 เท่านั้น ดังนั้น หากเจ้าของที่ดินรกร้างว่างเปล่า นำต้นกล้วย หรือมะพร้าวไปปลูกในที่ดินของตนโดยไม่ได้มีความตั้งใจจริงที่จะดูแล จะทำให้ที่ดินผืนนั้น เป็นที่ดินการเกษตรหรือมไม่

และหากเป็นเช่นนั้น เจ้าของที่ดิน ก็จะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยที่ดินออกมา เนื่องจาก ราคาที่ดินนั้นเพิ่มมากขึ้นๆทุกๆปี มากกว่าปีละ 0.2% เป็นแน่

ในขณะเดียวกัน การเก็บภาษีเช่นนี้เท่ากับว่า ทุกคนในประเทศไทย จะต้องเป็นคนจ่ายภาษี นั่นเท่ากับว่า เกษตรกรที่มีที่ดินเพียง 10 ไร่ มีรายได้ หลักหมื่นบาท ก็จะต้องเสียภาษี ร้อยละ 2 ต่อปี เช่นเดียวกับคนที่มีสวนปาล์มน้ำมัน 2000 ไร่

คนที่มีบ้านทาวน์เฮาส์ 1 หลัง ในกรุงเทพ ก็ต้องจ่ายภาษี ร้อยละ 0.5 ต่อ เท่าๆกับคนที่มีบ้านหลังใหญ่ๆ เช่นกัน

ซึ่งหาก พรบ. ฉบับนี้บังคับใช้จริงๆ คนที่จะเดือดร้อนก็ต้องเป็นคนที่มีรายได้น้อย แต่คนรวยก็ยังมีความสามารถในการจ่ายเงินได้อย่างสบาย

แล้วคุณล่ะคิดอย่างไร ที่คนไทยทุกคนจะต้องจ่ายภาษีเท่ากัน

ความคิดเห็น