ประชุมคกก.โฉนดชุมชนครั้งแรกในรอบ 5 ปี -ประวิตรนั่งหัวโต๊ะ

ช่วงเช้าของวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุม 109 ชั้น 1 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล  ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(P-move) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อให้มีโฉนดชุมชน(ปจช.) ที่มีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุม นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีและบุคคลที่เกี่ยวข้องเช่น นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน  และ นายพีระ โพธิ์ทอง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการฯ เข้าร่วมการประชุมด้วย

การประชุมครั้งนี้มี “มติที่ประชุมในการเห็นชอบนโยบายและแผนงานในการดำเนินการโฉนดชุมชนให้รวมกับการดำเนินงานโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติมไว้ภายใต้ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) รวมทั้งกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองชุมชนให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ”

ทำไมจึงเกิดการประชุมครั้งนี้

สำหรับเบื้องหลังการประชุมครั้งนี้ ต้องถือว่าเกิดจากการผลักดันของพลังประชาชนในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) กล่าวคือเมื่อวันที่ 2-12 พฤษภาคมที่ผ่านมา 10 วันแห่งการต่อสู้ของพี่น้อง P-move นำไปสู่การลงนามทำข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมกับรัฐบาล โดยให้รัฐบาลมีการจัดตั้งอนุกรรมการขึ้นมาอีกหนึ่งคณะ ที่มีตัวแทนของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยและเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินคณะที่ 5 (กขป.5) ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จนเกิดการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อให้มีโฉนดชุมชน(ปจช.)ในครั้งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการประชุมสักครั้งในรัฐบาลปัจจุบัน

ยุบหรือไม่ยุบโฉนดชุมชน วันนี้เป็นวันมรณะของโฉนดชุมชนหรือไม่?

จากมุมมองของตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ผลการเจรจาคณะกรรมการประสานงานเพื่อให้มีโฉนดชุมชนครั้งนี้   ในระหว่างการประชุมตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เห็นว่าธงของรัฐบาลคือจะยุบแนวทางโฉนดชุมชน เพราะทางรัฐบาลมีความเชื่อว่าการเดินหน้านโยบายที่ดินโดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)เพียงอย่างเดียว จะทำให้เกิดความสับสนและซับซ้อนในการดำเนินนโยบายด้านที่ดิน  แต่ทางฝ่ายของตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมเห็นว่า “โฉนดชุมชน”เป็นรูปธรรมทางนโยบาย เป็นรูปแบบที่ประชาชนคิดค้นจากการปฏิบัติการจริงทางสังคม จนกลายมาเป็นนวัตกรรมทางนโยบาย เพื่อรักษาที่ดิน รักษาปัจจัยการผลิตของชุมชน  นอกจากนี้ยังเห็นว่าการดำเนินนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)ในปัจจุบัน ก็ยังมีปัญหาอยู่มาก ดังนั้นขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมจึงอยากจะให้รัฐบาลนำเอานโยบายโฉนดชุมชนไปใช้คู่ขนานกันไปกับการดำเนินนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)

เพราะฉะนั้นจึงมีมติที่ประชุมในการเห็นชอบนโยบายและแผนงานในการดำเนินการโฉนดชุมชนให้รวมกับการดำเนินงานโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติมไว้ภายใต้ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)นั้น จึงเป็นผลจากการต่อรองระหว่างรัฐบาลและขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ 

โดยรูปธรรมในการปฏิบัตินั้นจากการประชุมครั้งนี้ สำนักงานโฉนดชุมชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการส่งมอบข้อมูลชุมชนที่อยู่ในกระบวนการยื่นขอโฉนดชุมชนจำนวน 486 ชุมชนแก่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ  โดยสำนักงานโฉนดชุมชนจะดำเนินการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การตรวจสอบและรับรองสิทธิ์ของชุมชนตามที่ยื่นขอไว้   ซึ่งขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เสนอว่าคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) ต้องมีอำนาจในการบริหารจัดการและการรองรับสิทธิ์ชุมชน และเสนอว่าต้องมีการจัดตั้งสำนักงานรับรองสิทธิ์และส่งเสริมชุมชนในการบริหารจัดการที่ดินขึ้นในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี   พร้อมทั้งต้องมีมาตรการคุ้มครองพื้นที่ที่ยื่นขอโฉนดชุมชนไปแล้วทั้ง 486 ชุมชน โดยต้องไม่มีการดำเนินการจับกุมหรือมีปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐที่ก่อให้เกิดผลกระทบแก่ประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้รัฐยังต้องมีนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา ในพื้นที่ที่ยื่นขอโฉนดชุมชนไปแล้วทั้ง 486 ชุมชน

นอกจากนี้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ยังเสนอให้มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อปรับปรุงร่างกฎหมายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)  เช่นเรื่องการจัดตั้งสำนักงานที่ยังคงไม่ชัดเจน และเรื่ององค์ประกอบของกรรมการ ที่ต้องเพิ่มตัวแทนจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อเป็นหลักประกันในการมีส่วนร่วมจากประชาชน ทั้งยังต้องเพิ่มในส่วนของการส่งเสริมสิทธิในที่ดินโดยชุมชนเนื่องจากร่างกฎหมายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) มีลักษณะที่ร่วมศูนย์อำนาจและไม่ส่งเสริมสิทธิในที่ดินของชุมชน

ที่ประชุมมีข้อตกลงว่า ให้นำผลสรุปเข้าสู่อนุกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมชุดที่ 13 เพื่อนำการคุ้มครองโดยมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 9 สิงหาคม 2561 ต่อไป

 

Land Watch Thai รายงาน

Related Posts